แท่งเทียน: แท่งเดียวบอกอะไรคุณ
ถ้าคุณเทรด USD/THB หนึ่งล็อตมาตรฐาน ราคาที่ขยับหนึ่งจุดสุดท้าย (หนึ่ง pip) เท่ากับ ฿10 ดังนั้นตัวเลขทั้งสี่นี้จึงแปลงเป็นเงินบาทได้ทันที
บทเรียนนี้จะสอนให้คุณอ่านรูปร่างของแท่งเทียนจากตัวเลขสี่ตัวนี้ โดยไม่ต้องเดาจากความรู้สึก
อ่านตัวเลขสี่ตัวจากแท่งเดียว
ก่อนดูรูปร่างของแท่งเทียน ให้แยกตัวเลขสี่ตัวออกมาก่อน ราคาเปิดคือราคาแรกของช่วงเวลานั้น ราคาปิดคือราคาสุดท้ายของช่วงเวลาเดียวกัน ราคาสูงสุดคือราคาที่สูงที่สุดที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น และราคาต่ำสุดคือราคาที่ต่ำที่สุด ตัวเลขทั้งสี่นี้อยู่ในแท่งเดียวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแท่งหนึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งวัน
บน USD/THB ที่ราคาเปิด 36.4500 และราคาปิด 36.4580 ตัวแท่งกว้าง 80 pips คิดเป็น ฿800 ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน ส่วนราคาสูงสุด 36.4620 และราคาต่ำสุด 36.4480 ทำให้ช่วงราคาทั้งแท่งกว้าง 140 pips ตัวเลข 140 pips นี้ใหญ่กว่า 80 pips เพราะมันวัดจากปลายบนสุดถึงปลายล่างสุด ไม่ได้วัดจากเปิดถึงปิด
ผลต่างระหว่างราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุดเรียกว่าช่วงราคาทั้งแท่ง ส่วนผลต่างระหว่างราคาเปิดกับราคาปิดเรียกว่าตัวแท่ง ตัวแท่งบอกทิศทางของช่วงเวลานั้น ช่วงราคาทั้งแท่งบอกขนาดการแกว่งทั้งหมด ตัวเลขสองตัวนี้มาจากสี่ตัวเดียวกัน จึงไม่มีอะไรต้องเดา
ไส้บนและไส้ล่างมาจากตัวเลขใด
ไส้บนคือระยะจากราคาสูงสุดลงมาถึงราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ไส้ล่างคือระยะจากราคาต่ำสุดขึ้นมาถึงราคาที่ต่ำกว่าระหว่างสองตัวนั้น ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ปลายบนของตัวแท่งคือราคาปิด และปลายล่างคือราคาเปิด ถ้าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด ก็สลับกัน
แท่งในตัวอย่างมีราคาเปิด 36.4500 ราคาปิด 36.4580 ราคาสูงสุด 36.4620 ราคาต่ำสุด 36.4480 ไส้บนคือ 36.4620 ลบ 36.4580 เท่ากับ 0.0040 หรือ 40 pips ไส้ล่างคือ 36.4500 ลบ 36.4480 เท่ากับ 0.0020 หรือ 20 pips ตัวแท่ง 80 pips บวกไส้บน 40 pips บวกไส้ล่าง 20 pips รวมเป็น 140 pips ซึ่งเท่ากับช่วงราคาทั้งแท่งพอดี
ผลรวมนี้ใช้ตรวจสอบได้เสมอ ถ้าบวกแล้วไม่เท่ากับช่วงราคาทั้งแท่ง แปลว่าอ่านตัวเลขตัวใดตัวหนึ่งผิด ไส้ยาวไม่ได้แปลว่าราคาจะไปทางใดทางหนึ่ง มันแปลเพียงว่ามีช่วงหนึ่งที่ราคาไปไกลจากตัวแท่ง แล้วถูกดึงกลับมาก่อนปิด
แปลงรูปร่างเป็นเงินบาท
เมื่อได้ตัวเลขสี่ตัวแล้ว ขั้นต่อไปคือแปลงเป็นเงินบาท มูลค่าต่อ pip ขึ้นกับขนาดล็อต หนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB คิดเป็น ฿10 ต่อ pip ขนาด 0.10 ล็อตคิดเป็น ฿1 ต่อ pip ขนาด 0.01 ล็อตคิดเป็น ฿0.10 ต่อ pip ตัวเลขนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับขนาดล็อต
แท่งเดิมมีตัวแท่ง 80 pips ไส้บน 40 pips ไส้ล่าง 20 pips และช่วงราคาทั้งแท่ง 140 pips ที่หนึ่งล็อตมาตรฐาน ตัวแท่งคิดเป็น ฿800 ไส้บน ฿400 ไส้ล่าง ฿200 และช่วงราคาทั้งแท่ง ฿1,400 ที่ 0.10 ล็อต ตัวเลขทั้งหมดหารสิบเป็น ฿80 ฿40 ฿20 และ ฿140 ตามลำดับ
การแปลงเป็นเงินบาททำให้เทียบแท่งสองแท่งได้ตรงไปตรงมา แท่งที่กว้าง 140 pips ย่อมมีช่วงราคากว้างกว่าแท่งที่กว้าง 60 pips ไม่ว่าแท่งหลังจะมีสีใด สเปรดและค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์แตกต่างกัน และอาจทำให้ผลลัพธ์จริงต่างจากตัวเลขนี้ โปรดตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนคำนวณจริง
แท่งเดียวบน USD/THB: 36.4500 ถึง 36.4580
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ราคาเปิด | 36.4500 | ราคาแรกของช่วงเวลานี้ |
| ราคาสูงสุด | 36.4620 | ราคาสูงสุดที่ทำได้ในช่วงนี้ |
| ราคาต่ำสุด | 36.4480 | ราคาต่ำสุดที่ทำได้ในช่วงนี้ |
| ราคาปิด | 36.4580 | ราคาสุดท้ายของช่วงเวลานี้ |
| ตัวแท่ง (เปิดถึงปิด) | 80 pips | 36.4580 ลบ 36.4500 เท่ากับ 0.0080 หรือ 80 pips |
| ไส้บน (สูงสุดถึงปิด) | 40 pips | 36.4620 ลบ 36.4580 เท่ากับ 0.0040 หรือ 40 pips |
| ไส้ล่าง (เปิดถึงต่ำสุด) | 20 pips | 36.4500 ลบ 36.4480 เท่ากับ 0.0020 หรือ 20 pips |
| มูลค่าเงินต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน | ฿10 ต่อ pip | หนึ่งล็อตมาตรฐานคือ 100,000 หน่วย คูณ 0.0001 เท่ากับ ฿10 |
| มูลค่าของตัวแท่ง | ฿800 | 80 pips คูณ ฿10 ต่อ pip |
| มูลค่าของไส้บน | ฿400 | 40 pips คูณ ฿10 ต่อ pip |
| มูลค่าของไส้ล่าง | ฿200 | 20 pips คูณ ฿10 ต่อ pip |
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษราคา คิดสเปรด หรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ตัวเลข ฿10 ต่อ pip นี้เป็นค่ามาตรฐานสำหรับหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่านั้น โปรดตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนคำนวณจริง
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
ทำตามลำดับนี้กับแท่งเทียนหนึ่งแท่งบน USD/THB โดยใช้ตัวเลขสี่ตัวที่คุณจดไว้ แล้วแปลงผลลัพธ์เป็นเงินบาท
- 01
จดราคาเปิดและราคาปิด
เขียนราคาเปิดและราคาปิดของแท่งนั้นลงกระดาษ หาผลต่างโดยใช้ราคาปิดลบราคาเปิด ถ้าผลลัพธ์ติดลบ ให้เก็บเครื่องหมายลบไว้ก่อนแล้วค่อยดูทีหลัง ผลต่างนี้คือตัวแท่งในหน่วยราคา
- 02
จดราคาสูงสุดและราคาต่ำสุด
เขียนราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดของแท่งเดียวกัน หาผลต่างโดยใช้ราคาสูงสุดลบราคาต่ำสุด ผลลัพธ์นี้คือช่วงราคาทั้งแท่ง ตรวจว่าราคาสูงสุดมากกว่าราคาต่ำสุดเสมอ ถ้าไม่ใช่ แสดงว่าจดสลับกัน
- 03
แปลงเป็น pips
คูณผลต่างแต่ละตัวด้วย 10,000 สำหรับ USD/THB เพราะหนึ่ง pip คือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ ตัวแท่ง 0.0080 จึงเท่ากับ 80 pips ช่วงราคาทั้งแท่ง 0.0140 เท่ากับ 140 pips เก็บตัวเลขนี้ไว้ใช้ในขั้นถัดไป
- 04
แยกไส้บนและไส้ล่าง
นำราคาสูงสุดลบราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ได้ไส้บน นำราคาที่ต่ำกว่าระหว่างสองตัวนั้นลบราคาต่ำสุด ได้ไส้ล่าง บวกตัวแท่งกับไส้ทั้งสองเข้าด้วยกัน ต้องได้เท่ากับช่วงราคาทั้งแท่ง
- 05
คูณด้วยมูลค่าต่อ pip
เลือกขนาดล็อตที่คุณใช้ แล้วคูณจำนวน pips ด้วยมูลค่าต่อ pip ของขนาดนั้น หนึ่งล็อตมาตรฐานคือ ฿10 ต่อ pip ส่วน 0.10 ล็อตคือ ฿1 ต่อ pip ผลลัพธ์คือจำนวนเงินบาทของแท่งนั้น
- 06
เทียบกับโบรกเกอร์ของคุณ
นำตัวเลขที่ได้ไปเทียบกับสเปรดและค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ของคุณเรียกเก็บ ตัวเลขเหล่านั้นแตกต่างกันในแต่ละราย จึงไม่มีค่าตายตัวให้ใช้ร่วมกัน ทบทวนตัวเลขสี่ตัวอีกครั้งก่อนนำไปใช้ตัดสินใจ
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือดูแค่สีของแท่งเทียนแล้วตัดสินใจทันที โดยไม่ดูตัวเลขสี่ตัวที่อยู่ข้างใน แท่งสีเขียวอาจมีไส้บนยาวมาก ซึ่งแปลว่าราคาเคยขึ้นไปสูงแล้วถูกขายลงมา และแท่งสีแดงอาจมีไส้ล่างยาวซึ่งแปลว่ามีแรงซื้อตอนท้าย วิธีที่ถูกคือจดราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด ปิด ของแท่งนั้น แล้วคำนวณเป็น pips และเป็นเงินบาทก่อนตัดสินใจทุกครั้งตรวจสอบตัวเอง
ถ้าแท่งเทียนหนึ่งแท่งบน USD/THB มีราคาเปิด 36.4500 ราคาปิด 36.4580 ตัวแท่งคิดเป็นกี่ pip และคิดเป็นเงินบาทเท่าไรสำหรับหนึ่งล็อตมาตรฐาน
ราคาปิดลบราคาเปิดเท่ากับ 36.4580 ลบ 36.4500 เท่ากับ 0.0080 หรือ 80 pips และ 80 pips คูณ ฿10 ต่อ pip เท่ากับ ฿800
ถ้าราคาสูงสุดของแท่งนั้นคือ 36.4620 และราคาต่ำสุดคือ 36.4480 ช่วงราคาทั้งแท่งกว้างกี่ pip
36.4620 ลบ 36.4480 เท่ากับ 0.0140 หรือ 140 pips
ถ้าคุณเทรด 0.10 ล็อต มูลค่าต่อ pip จะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเทียบกับหนึ่งล็อตมาตรฐาน
หนึ่งล็อตมาตรฐานคือ ฿10 ต่อ pip ดังนั้น 0.10 ล็อตคือหนึ่งในสิบของขนาดนั้น เท่ากับ ฿1 ต่อ pip ตัวเลขนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับขนาดล็อต
คำถามที่มักตามมา
ทำไมราคาเปิดของแท่งหนึ่งถึงไม่เท่ากับราคาปิดของแท่งก่อนหน้า
บน USD/THB ราคาเปิดของแท่งใหม่มักไม่เท่ากับราคาปิดของแท่งเก่า เพราะระหว่างสองแท่งมีช่วงที่ตลาดหยุดพักหรือมีคำสั่งซื้อขายค้างอยู่ ช่องว่างนี้เรียกว่า gap และวัดได้จากราคาปิดของแท่งก่อนถึงราคาเปิดของแท่งถัดไป ถ้าราคาปิดแท่งก่อนคือ 36.4580 และราคาเปิดแท่งใหม่คือ 36.4610 ช่องว่างเท่ากับ 0.0030 หรือ 30 pips คิดเป็น ฿300 ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน ตัวเลขสี่ตัวของแท่งใหม่ยังคงนับจากราคาเปิดของตัวเอง ไม่ได้นับรวมช่องว่างนี้
ถ้าดูหลายแท่งต่อกัน ต้องจดตัวเลขสี่ตัวของทุกแท่งไหม
ไม่จำเป็นต้องจดทุกแท่ง แต่ควรจดแท่งที่คุณกำลังจะตัดสินใจจากมัน การจดราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด ปิด ของแท่งนั้นทำให้คุณคำนวณตัวแท่ง ไส้บน ไส้ล่าง และช่วงราคาทั้งแท่งได้ครบ ตัวอย่างเช่น แท่งที่เปิด 36.4500 ปิด 36.4580 สูงสุด 36.4620 ต่ำสุด 36.4480 ให้ตัวแท่ง 80 pips และช่วงราคาทั้งแท่ง 140 pips ถ้าจดทุกแท่งจะเสียเวลาและไม่ได้ช่วยให้อ่านแท่งที่กำลังดูอยู่ดีขึ้น
แท่งเทียนหนึ่งแท่งใช้เวลานานเท่าไร
เวลาของหนึ่งแท่งขึ้นกับกรอบเวลาที่คุณเลือก กรอบหนึ่งชั่วโมงจะรวมการซื้อขายทั้งชั่วโมงนั้นไว้ในแท่งเดียว กรอบหนึ่งวันจะรวมทั้งวันไว้ในแท่งเดียว ตัวเลขสี่ตัวคือราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด ปิด ของช่วงเวลานั้นเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นบ้าง แท่งหนึ่งวันบน USD/THB จึงกว้างกว่าแท่งหนึ่งชั่วโมงได้มาก เพราะมีเวลาให้ราคาเคลื่อนไหวมากกว่า
ไส้บนกับไส้ล่างยาวเท่ากันหมายความว่าอะไร
ไส้สองข้างยาวเท่ากันหมายความว่าราคาสูงสุดอยู่ห่างจากปลายบนของตัวแท่งเท่ากับที่ราคาต่ำสุดอยู่ห่างจากปลายล่าง ตัวอย่างเช่น ตัวแท่ง 80 pips ไส้บน 30 pips และไส้ล่าง 30 pips รวมเป็นช่วงราคาทั้งแท่ง 140 pips ที่หนึ่งล็อตมาตรฐานคิดเป็น ฿800 ฿300 และ ฿300 ตามลำดับ มันบอกเพียงว่าราคาแกว่งออกไปสองข้างพอ ๆ กัน แล้วกลับมาปิดใกล้ตัวแท่ง ไม่ได้บอกทิศทางของแท่งถัดไป
สีของแท่งกับตัวเลขสี่ตัว อันไหนควรใช้ตัดสินใจ
ตัวเลขสี่ตัวควรใช้ก่อน เพราะสีเป็นเพียงผลลัพธ์ของราคาเปิดกับราคาปิด แท่งสีเขียวแปลว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แท่งสีแดงแปลว่าตรงกันข้าม สีไม่ได้บอกขนาดของไส้หรือช่วงราคาทั้งแท่ง แท่งสีเขียวที่มีไส้บนยาว 40 pips ย่อมต่างจากแท่งสีเขียวที่ไส้บนสั้นมาก แม้สีจะเหมือนกัน การคำนวณเป็น pips และเป็นเงินบาทจากตัวเลขสี่ตัวจึงให้ข้อมูลมากกว่าการดูสีเพียงอย่างเดียว
ตัวเลข ฿10 ต่อ pip ใช้ได้กับทุกโบรกเกอร์ไหม
ไม่ใช่ ตัวเลข ฿10 ต่อ pip เป็นค่ามาตรฐานสำหรับหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่านั้น โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษราคา คิดสเปรด หรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมต่างกัน ขนาดล็อตก็ต่างกันได้ บางที่อาจมีขนาดเล็กสุดไม่เท่ากัน มูลค่าต่อ pip จึงอาจไม่เท่ากับ ฿10 พอดี ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนคำนวณเป็นเงินบาทจริง
อ่านแท่งเดียวแล้วรู้ทิศทางของแท่งถัดไปได้ไหม
ไม่ได้ แท่งเดียวบอกเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของมัน คือราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด ตัวเลขสี่ตัวนี้ไม่มีความหมายถึงอนาคต ตัวอย่างเช่น แท่งที่ปิด 36.4580 หลังเปิด 36.4500 ไม่ได้แปลว่าแท่งถัดไปจะปิดสูงกว่านี้อีก การอ่านแท่งจึงควรใช้เพื่อเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพื่อคาดการณ์ผลลัพธ์ล่วงหน้า
คำที่ใช้ในหน้านี้
- ราคาเปิด
- ราคาแรกที่เกิดการซื้อขายในช่วงเวลาของแท่งนั้น ถ้าแท่งเป็นหนึ่งชั่วโมง ราคาเปิดคือราคาตอนเริ่มชั่วโมงนั้น เป็นหนึ่งในสี่ตัวเลขที่อยู่ในแท่งเดียว
- ราคาปิด
- ราคาสุดท้ายของช่วงเวลานั้น ใช้เทียบกับราคาเปิดเพื่อหาตัวแท่งและทิศทางของแท่ง ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ตัวแท่งจะเป็นบวก
- ตัวแท่ง
- ผลต่างระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด วัดขนาดของการเคลื่อนไหวหลักในช่วงเวลานั้น ไม่นับไส้บนและไส้ล่าง
- ไส้บน
- ระยะจากราคาสูงสุดลงมาถึงปลายบนของตัวแท่ง บอกว่าราคาเคยขึ้นไปไกลจากตัวแท่งเท่าไรก่อนถูกดึงกลับ
- ไส้ล่าง
- ระยะจากราคาต่ำสุดขึ้นมาถึงปลายล่างของตัวแท่ง บอกว่าราคาเคยลงไปไกลจากตัวแท่งเท่าไรก่อนถูกดึงกลับ
- ช่วงราคาทั้งแท่ง
- ผลต่างระหว่างราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุด เป็นผลรวมของตัวแท่ง ไส้บน และไส้ล่าง ใช้ตรวจสอบว่าอ่านตัวเลขครบและถูกต้อง
สิ่งที่ควรจดจำ
- แท่งเทียนหนึ่งแท่งเก็บราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิดของช่วงเวลาหนึ่งไว้ในรูปเดียว ทุกอย่างที่อ่านจากรูปร่างของมันมาจากสี่ตัวนี้
- ตัวแท่งคือราคาปิดลบราคาเปิด ไส้บนและไส้ล่างวัดจากราคาสูงสุดและต่ำสุดมาถึงปลายตัวแท่ง ผลรวมของทั้งสามส่วนเท่ากับช่วงราคาทั้งแท่งเสมอ
- เมื่อแปลงเป็นเงินบาท มูลค่าต่อ pip ขึ้นกับขนาดล็อต หนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB คิดเป็น ฿10 ต่อ pip และขนาดที่เล็กกว่าจะเป็นสัดส่วนตรงกันลงมา
- สเปรด ค่าธรรมเนียม และการปัดเศษราคาแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ ตัวเลข ฿10 ต่อ pip เป็นค่ามาตรฐานเท่านั้น ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนคำนวณจริง