ข้ามไปยังเนื้อหา

เส้นทางการเรียนในหลักสูตรสิบสี่บทเรียนที่พาคุณจากไม่เคยเปิดแผนภูมิ ไปจนถึงการเปิดโพซิชันที่มีขนาดเหมาะสมในบัญชีทดลอง

จากศูนย์ในสองสัปดาห์

บทเรียนในเส้นทางนี้

14 บทเรียน

  1. 1 · บทเรียน 1.1

    เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณกด Buy

    คำสั่งซื้อออกจากแพลตฟอร์มของคุณ ถูกจับคู่ที่ราคาหนึ่ง กลายเป็นสถานะเปิด และจบลงเมื่อคุณปิดมัน สี่ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายทุกอย่างผูกกับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง

  2. 2 · บทเรียน 1.2

    คู่สกุลเงินและราคาเสนอ: 1.0850 หมายถึงอะไร

    ราคาเสนอคือราคาของสกุลเงินแรกในหน่วยของสกุลเงินที่สอง ตัวเลขที่คุณเห็นเคลื่อนไหวที่ตำแหน่งทศนิยมสุดท้าย และตำแหน่งนั้นมีมูลค่าเป็นเงิน

  3. 3 · บทเรียน 1.3

    หนึ่ง pip มีค่าเป็นเงินเท่าไร

    pip คือหน่วยราคามาตรฐานที่เล็กที่สุด มูลค่าของมันขึ้นอยู่กับขนาดล็อตและคู่สกุลเงิน ดังนั้นการเคลื่อนไหว 20 pip จึงให้ผลตอบแทนต่างกันในแต่ละเทรด

  4. 4 · บทเรียน 1.4

    ล็อต: มาตรฐาน มินิ และไมโคร

    ล็อตคือปริมาณของเครื่องมือที่หนึ่งเทรดควบคุม มาตรฐานคือ 100,000 หน่วย มินิคือหนึ่งในสิบของนั้น ไมโครคือหนึ่งในร้อย

  5. 5 · บทเรียน 1.5

    ค่าใช้จ่ายสามอย่าง: สเปรด คอมมิชชัน และสวอป

    คุณจ่ายสเปรดตอนเข้า จ่ายคอมมิชชันในบัญชีบางประเภท และจ่ายสวอปสำหรับทุกคืนที่สถานะเปิดอยู่ ทั้งสามอย่างรู้ล่วงหน้าก่อนเทรด

  6. 6 · บทเรียน 1.7

    เลเวอเรจและมาร์จิน: เงินของคุณในเทรดมีเท่าไร

    เลเวอเรจกำหนดว่าสถานะที่เงินฝากของคุณรองรับได้ใหญ่แค่ไหน มาร์จินคือส่วนของเงินคุณที่ถูกล็อกไว้กับสถานะขณะเทรดเปิดอยู่

  7. 7 · บทเรียน 1.8

    ประเภทคำสั่ง: market, limit, stop

    คำสั่ง market ใช้ราคาปัจจุบัน คำสั่ง limit รอราคาที่ดีกว่า คำสั่ง stop ทำงานเมื่อราคาไปถึงราคาที่แย่กว่า

  8. 8 · บทเรียน 1.9

    Stop loss และ take profit

    สองคำสั่งที่คุณผูกกับสถานะ: อันหนึ่งปิดที่ขาดทุนที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า อีกอันปิดที่กำไรที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า

  9. 9 · บทเรียน 1.10

    MT4, MT5 และ cTrader: เลือกอันไหน

    แพลตฟอร์มทั้งสามต่างกันที่เครื่องมือ การจัดการคำสั่ง และวิธีรายงานค่าใช้จ่าย การเลือกเปลี่ยนได้ แต่ประเภทบัญชีที่อยู่ข้างหลังเปลี่ยนยากกว่า

  10. 10 · บทเรียน 1.12

    บัญชีทดลอง: สอนอะไรและโกหกตรงไหน

    บัญชีทดลองสอนเรื่องแพลตฟอร์มและตัวเลขได้อย่างตรงไปตรงมา แต่สอนการจับคู่คำสั่งในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วไม่ได้ และสอนความรู้สึกเมื่อเสียเงินจริงไม่ได้

  11. 11 · บทเรียน 1.14

    การเปิดบัญชีและการผ่านการยืนยันตัวตน

    โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตต้องขอเอกสารอะไรบ้าง ทำไมต้องขอ และการตรวจสอบใดที่ทำให้ใบสมัครล่าช้า

  12. 12 · บทเรียน 1.15

    การฝากและถอนด้วยวิธีในประเทศ

    วิธีชำระเงินในประเทศใดบ้างที่ไปถึงโบรกเกอร์ แต่ละช่วงใช้เวลานานเท่าใด และทำไมการถอนมักต้องย้อนกลับไปทางเดียวกับที่ฝากมา

  13. 13 · บทเรียน 3.1

    ความเสี่ยงต่อการเทรด: กฎ 1-2%

    ตัดสินใจจำนวนเงินที่คุณเสียได้ในการเทรดหนึ่งครั้งก่อนตัดสินใจอย่างอื่น ทุกอย่างที่ตามมา — ขนาด สต็อป เป้าหมาย — มาจากตัวเลขนั้น

  14. 14 · บทเรียน 3.2

    การคำนวณขนาดสถานะ

    ความเสี่ยงเป็นเงิน หารด้วยระยะสต็อปเป็นพิป หารด้วยมูลค่าพิป สามตัวเลขที่คุณมีอยู่แล้ว ตามลำดับนั้น

เส้นทางนี้เหมาะกับใครและต้องเตรียมอะไรไว้ก่อนเริ่ม

เส้นทางนี้เขียนไว้สำหรับคนที่ยังไม่เคยเปิดแผนภูมิเลย ไม่รู้ว่าหน้าจอเทรดมีอะไรบ้าง และไม่รู้ว่าปุ่ม Buy อยู่ตรงไหน ถ้าคุณรู้จักคำว่า pip หรือ lot มาบ้างแล้ว บางบทอาจเร็วเกินไปสำหรับคุณ แต่ถ้ายังไม่รู้จักเลย ลำดับนี้จะพาไปทีละขั้นโดยไม่ข้ามอะไร

เป้าหมายปลายทางไม่ใช่การเทรดด้วยเงินจริง แต่คือการเปิดโพซิชันหนึ่งครั้งในบัญชีทดลอง ด้วยขนาดที่คำนวณจากเงินในบัญชีนั้นเอง ขนาดที่เหมาะสมหมายถึงจำนวนที่ถ้าถูก stop loss เงินที่หายไปยังอยู่ในกฎที่ตั้งไว้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนที่ทำกำไรได้มากที่สุด

สิ่งที่ต้องเตรียมมีสามอย่าง เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ บัญชีอีเมลหนึ่งบัญชี และเวลาวันละประมาณสามสิบถึงสี่สิบห้านาที สองสัปดาห์มีสิบสี่วัน ถ้าเรียนวันละหนึ่งบทจะพอดี ไม่ต้องซื้อคอร์สอื่นเพิ่ม และไม่ต้องเปิดบัญชีจริงระหว่างทาง

สิ่งที่ต้องเตรียมอีกอย่างคือบัญชีทดลอง ซึ่งเปิดฟรีกับโบรกเกอร์หลายราย เงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละราย เช่นจำนวนวันก่อนบัญชีหมดอายุ และเครื่องมือที่ให้ใช้ ตัวเลขที่ใช้ในบทเรียนอ้างอิงจาก USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 ซึ่งเป็นตัวอย่างเท่านั้น ราคาจริงเปลี่ยนตลอดเวลา

ทำไมลำดับนี้จึงเรียงแบบนี้

ลำดับเริ่มจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อกดปุ่ม ไปจนถึงการคำนวณขนาดโพซิชัน เหตุผลคือทุกบทหลังต้องใช้คำจากบทก่อน ถ้ายังไม่รู้ว่า pip คืออะไร จะคำนวณว่าหนึ่ง pip คิดเป็นเงินกี่บาทไม่ได้ และถ้ายังไม่รู้ว่าหนึ่ง pip คิดเป็นเงินเท่าไร ก็คำนวณขนาดโพซิชันไม่ได้

บทเรื่องค่าใช้จ่ายสามอย่างกับบทเรื่องเลเวอเรจและมาร์จินวางไว้ก่อนบทว่าด้วยคำสั่ง เพราะทั้งสองเรื่องเปลี่ยนตัวเลขที่คุณเห็นบนหน้าจอ สเปรดทำให้ราคาที่คุณซื้อสูงกว่าราคาที่คุณขายทันทีที่เปิดโพซิชัน ส่วนมาร์จินกำหนดว่าเงินในบัญชีต้องมีขั้นต่ำเท่าไรจึงจะเปิดโพซิชันนั้นได้

ส่วนบัญชีทดลองกับการเปิดบัญชีจริงอยู่ท้ายทาง เพราะการฝึกในบัญชีทดลองจะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณรู้แล้วว่าจะวัดอะไร หลายคนเปิดบัญชีทดลองก่อนเรียน แล้วใช้มันกดปุ่มสุ่มไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ได้ฝึกทักษะอะไรเลย การรู้จัก stop loss และ take profit ก่อนจะทำให้การฝึกมีความหมาย

สามบทสุดท้ายเป็นเรื่องความเสี่ยงและขนาดโพซิชัน ทั้งสองเรื่องนี้เป็นจุดที่คนส่วนใหญ่พลาดมากที่สุด และเป็นเหตุผลที่บทเหล่านี้อยู่หลังสุด ไม่ใช่เพราะสำคัญน้อย แต่เพราะต้องใช้ตัวเลขจากทุกบทก่อนหน้ามาประกอบกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยระหว่างเดินตามเส้นทางนี้

ข้อผิดพลาดแรกคือข้ามบทที่คิดว่าง่าย เช่นบทว่าด้วยคู่สกุลเงินและราคาเสนอ ตัวเลขอย่าง 1.0850 มีสองราคาเสมอ คือราคาที่ซื้อและราคาที่ขาย ถ้าจำสลับกัน การอ่านผลลัพธ์ในบทถัดไปจะผิดทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่สองคือใช้เลเวอเรจสูงเพราะเห็นว่าบัญชีทดลองไม่ใช้เงินจริง ขนาดโพซิชันที่ใหญ่เกินไปในบัญชีทดลองจะสร้างนิสัยที่ติดตัวไปบัญชีจริง วิธีฝึกที่ตรงกว่าคือใช้กฎ 1-2% กับยอดในบัญชีทดลองเหมือนเป็นเงินจริง

ข้อผิดพลาดที่สามคือเชื่อว่าบัญชีทดลองให้ผลเหมือนบัญชีจริง บัญชีทดลองมักไม่คิดสเปรดเท่าของจริง ไม่มีสวอป และราคาที่ได้อาจต่างจากตลาดจริง การฝึกในบัญชีทดลองจึงสอนเรื่องขั้นตอนและวินัยได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผลลัพธ์จะเหมือนเดิมเมื่อใช้เงินจริง

ข้อผิดพลาดที่สี่คือหยุดกลางทางเมื่อเจอบทที่ต้องคำนวณ บทว่าด้วยขนาดโพซิชันต้องใช้การคูณและหารง่าย ๆ ถ้าติดตรงไหนให้ย้อนกลับไปดูตัวเลขจากบท pip และบท lot ไม่มีบทไหนต้องใช้คณิตศาสตร์เกินระดับมัธยม

ข้อผิดพลาดที่ห้าคือเปิดบัญชีจริงก่อนจบเส้นทาง การเปิดบัญชีต้องผ่านการยืนยันตัวตนกับโบรกเกอร์ และใช้เวลาตามที่แต่ละรายกำหนด ซึ่งไม่เท่ากัน การรอให้จบการฝึกก่อนจะทำให้ตัดสินใจได้ช้ากว่าเดิม แต่ตัดสินใจได้ดีกว่าเดิม

เมื่อจบบทที่สิบสี่แล้ว เหลืออะไรอยู่ในมือ

สิ่งที่คุณได้เมื่อเดินครบสิบสี่บทไม่ใช่ความสามารถในการทำกำไร แต่เป็นชุดตัวเลขที่คุณคิดเองได้ก่อนกดปุ่มทุกครั้ง เริ่มจากขนาดโพซิชันเป็นล็อต ซึ่งคำนวณจากสามอย่างคือ เงินในบัญชี ระยะห่างถึงจุดตัดขาดทุนเป็น pip และอัตราแลกเปลี่ยนของคู่เงินที่เทรด บน USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 หนึ่ง pip ของหนึ่งล็อตมาตรฐานคิดเป็นเงินบาทได้โดยการหารขนาดสัญญาด้วยอัตรานั้น ตัวเลขนี้เปลี่ยนทุกครั้งที่ราคาเคลื่อน จึงต้องคิดใหม่ทุกวัน ไม่ใช่จำค่าเดียวไว้ใช้ตลอด

ถัดมาคือตัวเลขค่าใช้จ่ายที่คุณรู้ล่วงหน้าว่าหักออกจากผลลัพธ์ สเปรดกับคอมมิชชันคิดต่อโพซิชัน และสวอปคิดต่อคืนที่ถือข้ามวัน ทั้งสามอย่างนี้ต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกที่ คุณต้องอ่านจากหน้าสเปกของบัญชีที่เปิดจริง ไม่ใช่จากตัวอย่างในบทเรียน บัญชีทดลองมักตั้งสเปรดให้แคบกว่าบัญชีจริง ดังนั้นกำไรบนกระดาษจึงดูดีกว่าที่จะเจอ

ชิ้นที่สามคือแผนการเทรดที่เขียนเป็นตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก สองตัวเลขที่ต้องมีทุกครั้งคือ จุดตัดขาดทุนและขนาดโพซิชัน ส่วนจุดทำกำไรเป็นตัวเลือกที่กำหนดได้ แต่ถ้าไม่มี คุณจะไม่รู้ว่าควรออกตอนไหน การมีทั้งสามตัวทำให้ผลลัพธ์ของแต่ละโพซิชันวัดได้ ไม่ใช่เล่าว่าเป็นอย่างไร

เมื่อรวมกันแล้ว สิ่งที่เส้นทางนี้ให้คือความสามารถตอบคำถามได้ด้วยการคำนวณ ไม่ใช่ด้วยความมั่นใจ ตัวอย่างเช่น ถ้าเงินในบัญชีคือ ฿50,000 และคุณยอมเสียได้ 1% ต่อโพซิชัน นั่นคือ ฿500 ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ตัวเลขนี้เป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องใช้ให้ครบ การรู้ว่าตัวเลขนี้มาจากไหนทำให้คุณปรับขนาดลงได้เมื่อไม่แน่ใจ โดยไม่ต้องรอให้บัญชีบอก

สิ่งที่เส้นทางนี้ไม่ได้ให้คือคำตอบว่าควรเทรดคู่ไหนหรือทิศทางใด เพราะไม่มีบทเรียนใดสอนการคาดการณ์ราคา ทั้งสิบสี่บทเป็นเรื่องกลไกของคำสั่ง ต้นทุน และขนาดโพซิชันล้วน ๆ ใครที่อ่านจบแล้วยังไม่รู้จะซื้อหรือขาย ยังอยู่ในจุดเดียวกับตอนเริ่ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะการเลือกทิศทางไม่ใช่สิ่งที่บทเรียนพื้นฐานรับประกันได้

หลังบทสุดท้าย สิ่งที่ควรทำต่อคือเปิดบัญชีทดลองและทำซ้ำขั้นตอนเดิมจนตัวเลขทั้งสามออกมาเองได้โดยไม่ต้องเปิดบทเรียนกลับมาดู ความเร็วในการคิดตัวเลขก่อนกดปุ่มคือผลลัพธ์จริงของเส้นทางนี้ วัดได้ และไม่ขึ้นกับว่ารอบนั้นจะได้กำไรหรือขาดทุน

ทำไมสองสัปดาห์จึงพอ และอะไรทำให้ไม่พอ

สิบสี่บทเรียนใช้เวลารวมประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมง ถ้าแบ่งเป็นวันละ 30 ถึง 40 นาที จะครบใน 14 วันพอดี ตัวเลขนี้ไม่รวมเวลาที่ใช้เปิดบัญชีทดลองและรอการยืนยันตัวตน ซึ่งแต่ละแห่งใช้เวลาไม่เท่ากัน บางแห่งเสร็จภายในวันเดียว บางแห่งใช้หลายวัน ถ้าเตรียมบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่ไว้ล่วงหน้า จะลดเวลาส่วนนี้ได้มาก

สิ่งที่ทำให้เส้นทางนี้ยืดออกไม่ใช่เนื้อหา แต่คือการหยุดทดลองซ้ำบทเดิม เพราะกลัวว่าจะยังไม่เข้าใจดีพอ ความไม่เข้าใจที่แท้จริงจะปรากฏตอนเปิดโพซิชันในบัญชีทดลอง ไม่ใช่ตอนอ่าน วิธีที่ได้ผลคืออ่านบทหนึ่ง จดตัวเลขหนึ่งบรรทัด แล้วไปทำตามในบัญชีทดลองทันที

อีกจุดที่ทำให้ช้าคือการเปิดกราฟหลายคู่สกุลเงินพร้อมกันตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่ละคู่มีค่าเงินและขนาด pip ต่างกัน การจดจำตัวเลขของหลายคู่พร้อมกันจะทำให้คำนวณผิด ควรใช้ USD/THB คู่เดียวจนจบทั้งสิบสี่บท แล้วค่อยเพิ่มคู่ในภายหลัง

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

ลำดับด้านล่างคือลำดับทำงานจริงของเส้นทางนี้ ทำตามจากบนลงล่าง โดยทำวันละหนึ่งขั้นและไม่ข้ามขั้นที่ยังไม่เข้าใจ

  1. 01

    เตรียมบัญชีทดลองและเครื่องมือให้พร้อม

    เปิดบัญชีทดลองกับโบรกเกอร์รายใดรายหนึ่ง เงื่อนไขและอายุของบัญชีทดลองต่างกันไปในแต่ละราย จึงควรอ่านรายละเอียดก่อนเปิด ตรวจว่าแพลตฟอร์มที่ให้มานั้นเปิดคู่ USD/THB ได้ และจดราคาที่เห็นไว้เป็นจุดเริ่มต้น

  2. 02

    เรียนบทพื้นฐานจนอ่านราคาเสนอได้

    เริ่มจากบทว่าด้วยการกด Buy และบทว่าด้วยคู่สกุลเงิน เป้าหมายของขั้นนี้คือดูราคาแล้วบอกได้ว่าตัวเลขไหนคือราคาที่คุณซื้อ และตัวเลขไหนคือราคาที่คุณขาย ถ้ายังตอบไม่ได้ ให้ทบทวนก่อนไปต่อ

  3. 03

    คำนวณค่าของ pip และรู้จักขนาดล็อต

    เรียนบทว่าด้วย pip และบทว่าด้วยล็อต แล้วลองคำนวณด้วยตัวเองหนึ่งครั้งโดยใช้ราคาอ้างอิง 36.4500 เขียนผลลัพธ์ลงกระดาษ เก็บตัวเลขนี้ไว้ใช้ในขั้นถัดไป

  4. 04

    แยกแยะค่าใช้จ่ายและมาร์จิน

    เรียนบทว่าด้วยสเปรด คอมมิชชัน และสวอป ต่อด้วยบทว่าด้วยเลเวอเรจและมาร์จิน ขั้นนี้ทำให้เห็นว่าต้นทุนไม่ได้มีแค่ราคาที่เคลื่อนไหว และเงินในบัญชีต้องมีขั้นต่ำเท่าไร

  5. 05

    ฝึกใช้คำสั่งและตั้งจุดป้องกัน

    เรียนบทว่าด้วยประเภทคำสั่ง แล้วเรียนบทว่าด้วย stop loss และ take profit จากนั้นเปิดโพซิชันในบัญชีทดลองหนึ่งครั้งพร้อมตั้งจุดทั้งสองไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องเปิดหลายครั้ง ครั้งเดียวที่ตั้งใจทำให้ครบขั้นตอนมีค่ากว่าหลายครั้งที่กดเร็ว

  6. 06

    คำนวณขนาดและทบทวนผล

    เรียนบทว่าด้วยความเสี่ยงต่อการเทรดและบทว่าด้วยการคำนวณขนาดสถานะ แล้วคำนวณขนาดที่สอดคล้องกับยอดในบัญชีทดลองของคุณ บันทึกผลลัพธ์ไว้ แล้วทบทวนว่าขั้นตอนใดยังไม่เข้าใจ ก่อนจะเริ่มทำซ้ำในสัปดาห์ถัดไป

คำถามที่มักตามมา

สองสัปดาห์ไม่ทันจริง ๆ หรือ ถ้าวันหนึ่งว่างแค่สิบห้านาที

สิบสี่บทเรียนใช้เวลาราว 30 ถึง 45 นาทีต่อบท ถ้าวันหนึ่งมีแค่ 15 นาที ก็แบ่งบทหนึ่งเป็นสองวันได้ เส้นทางนี้ไม่มีกำหนดหมดอายุ ไม่มีอะไรบังคับให้จบในสิบสี่วันตามชื่อ สิ่งที่ต้องรักษาคือลำดับ ไม่ใช่ความเร็ว

ต้องมีเงินเท่าไรจึงเริ่มเส้นทางนี้ได้

ระหว่างเรียนใช้บัญชีทดลองซึ่งเปิดฟรี เงินจริงยังไม่ต้องใช้เลย เงินจะเกี่ยวข้องก็ตอนเปิดบัญชีจริง ซึ่งอยู่นอกเส้นทางนี้ จำนวนขั้นต่ำของแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน บางรายไม่มีขั้นต่ำ บางรายมี ดังนั้นตัวเลขนี้จึงต้องถามจากโบรกเกอร์ที่เลือกเอง

ใช้ USD/THB ในบทเรียนแล้วนำไปใช้กับคู่อื่นได้ไหม

วิธีคิดเหมือนกันทุกคู่ แต่ตัวเลขไม่เหมือนกัน เพราะขนาดของหนึ่ง pip ขึ้นกับว่าราคาเขียนทศนิยมกี่ตำแหน่ง คู่ที่มีทศนิยมสองตำแหน่งกับสี่ตำแหน่งคิดไม่เหมือนกัน ต้องกลับไปดูกติกาของคู่นั้นก่อนคำนวณ

ถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์อย่างเดียวจบเส้นทางได้ไหม

ได้ แอปของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เปิดบัญชีทดลองและส่งคำสั่งได้ครบ ข้อจำกัดอยู่ที่การอ่านแผนภูมิกับตารางตัวเลขบนจอเล็ก ซึ่งทำให้เห็นภาพรวมยากกว่า ถ้ามีคอมพิวเตอร์ใช้สักสองสามบทที่ต้องคำนวณ จะช่วยได้มาก

หลังจบเส้นทางนี้ ควรเริ่มเทรดด้วยเงินจริงเลยไหม

เส้นทางนี้ไม่ได้เตรียมคุณสำหรับเงินจริง มันเตรียมให้เปิดโพซิชันในบัญชีทดลองด้วยขนาดที่คำนวณเองได้ การเปลี่ยนไปใช้เงินจริงเป็นเรื่องคนละส่วน และไม่มีบทไหนในเส้นทางนี้บอกว่าถึงเวลานั้นเมื่อไร

ต้องเลือกโบรกเกอร์ก่อนเริ่มบทแรกหรือไม่

ต้องมีบัญชีทดลองสักบัญชีก่อนถึงบทว่าด้วยการเปิดโพซิชัน แต่ยังไม่ต้องตัดสินใจเรื่องโบรกเกอร์ถาวร บทเรียนใช้ตัวเลขจาก USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 เป็นตัวอย่าง เงื่อนไขอย่างสเปรดและค่าธรรมเนียมต่างกันในแต่ละราย จึงควรถามจากที่ที่คุณเปิดบัญชีจริง

คำที่ใช้ในหน้านี้

บัญชีทดลอง
บัญชีที่ใช้เงินสมมติ ไม่ใช่เงินจริง เปิดฟรีกับโบรกเกอร์หลายราย ใช้ฝึกกดปุ่มและวัดผลโดยไม่เสียเงิน
pip
หน่วยนับการขยับของราคา ขนาดของหนึ่ง pip ขึ้นกับว่าคู่สกุลเงินนั้นเขียนทศนิยมกี่ตำแหน่ง ต้องรู้ค่านี้ก่อนจึงคำนวณเป็นเงินบาทได้
มาร์จิน
เงินในบัญชีส่วนที่ถูกกันไว้เมื่อเปิดโพซิชัน จำนวนที่ต้องกันขึ้นกับขนาดโพซิชันและเลเวอเรจที่ใช้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมและได้คืนเมื่อปิดโพซิชัน
stop loss
คำสั่งที่ตั้งไว้ว่าถ้าราคาไปถึงระดับหนึ่ง ให้ปิดโพซิชันเพื่อจำกัดผลขาดทุน ตำแหน่งของมันคือสิ่งที่กำหนดว่าขนาดโพซิชันที่เปิดได้คือเท่าไร
ขนาดโพซิชัน
จำนวนที่คุณเปิดในหนึ่งครั้ง เขียนเป็นล็อต ขนาดที่เหมาะสมคือขนาดที่ถ้า stop loss ถูกแตะ เงินที่หายไปยังอยู่ในกฎที่ตั้งไว้
สเปรด
ส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อได้กับราคาที่ขายได้ในขณะเดียวกัน ทำให้ทันทีที่เปิดโพซิชัน ราคาที่ใช้ปิดจะแย่กว่าราคาที่ใช้เปิด

สิ่งที่ควรจดจำ

  • เส้นทางนี้เรียงตามลำดับที่แต่ละบทต้องใช้คำจากบทก่อน ไม่ได้เรียงตามความยากง่าย
  • ปลายทางคือเปิดโพซิชันหนึ่งครั้งในบัญชีทดลอง ด้วยขนาดที่คำนวณจากเงินในบัญชีนั้นเอง
  • สิ่งที่ต้องเตรียมมีสามอย่าง อุปกรณ์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ อีเมลหนึ่งบัญชี และเวลาวันละ 30 ถึง 45 นาที
  • ตัวเลขทั้งหมดในบทเรียนเป็นตัวอย่าง ราคาจริงและเงื่อนไขของโบรกเกอร์เปลี่ยนตลอดเวลา
สิบสี่บทเรียนที่พาคุณจากไม่เคยเปิดแผนภูมิ ไปจนถึงการเปิดโพซิชันที่มีขนาดเหมาะสมในบัญชีทดลองPloyไกด์หลักสูตรของคุณ