ล็อต: มาตรฐาน มินิ และไมโคร
ขนาดสัญญาสามระดับกับจำนวนหน่วยที่ควบคุม
ล็อตแบ่งเป็นสามขนาดตามจำนวนหน่วยของเครื่องมือที่หนึ่งการเทรดควบคุม ขนาดมาตรฐานควบคุม 100,000 หน่วย ขนาดมินิควบคุม 10,000 หน่วย ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบของขนาดมาตรฐาน และขนาดไมโครควบคุม 1,000 หน่วย ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยของขนาดมาตรฐาน ตัวเลข 10,000 กับ 1,000 มาจากการหาร 100,000 ด้วย 10 และด้วย 100 ตามลำดับ ขนาดทั้งสามนี้ต่างกันเพียงจำนวนหน่วย ไม่ได้ต่างกันที่วิธีคิดกำไรหรือขาดทุน
เมื่อจำนวนหน่วยลดลง ten เท่า มูลค่าต่อจุดก็ลดลง ten เท่าเช่นกัน ที่ขนาดมาตรฐานหนึ่งจุดของ USD/THB มีค่า ฿10 ที่ขนาดมินิหนึ่งจุดมีค่า ฿1 เพราะ ฿10 หารด้วย 10 เท่ากับ ฿1 ที่ขนาดไมโครหนึ่งจุดมีค่า ฿0.10 เพราะ ฿10 หารด้วย 100 เท่ากับ ฿0.10 ความสัมพันธ์นี้ทำให้เทียบความเสี่ยงระหว่างสามขนาดได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอโบรกเกอร์
การเขียนขนาดล็อตทำได้สองแบบ แบบแรกเขียนเป็นทศนิยม เช่น 0.10 หรือ 0.01 แบบที่สองเขียนเป็นจำนวนหน่วยตรง ๆ เช่น 10,000 หน่วย หรือ 1,000 หน่วย ทั้งสองแบบหมายถึงขนาดเดียวกัน 0.10 ล็อตเท่ากับ 10,000 หน่วย และ 0.01 ล็อตเท่ากับ 1,000 หน่วย การอ่านให้ตรงกันจึงควรดูว่าหน้าจอเขียนหน่วยใด ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขหน้าเครื่องหมายจุด
มูลค่าต่อจุดคำนวณจากจำนวนหน่วยอย่างไร
มูลค่าต่อจุดของ USD/THB มาจากจำนวนหน่วยคูณกับขนาดหนึ่งจุด หนึ่งจุดของ USD/THB คือ 0.0001 ในหน่วยของราคา คู่เงินนี้จึงคิดเงินบาทต่อจุดได้ตรง เพราะราคาอ้างอิงเป็นบาทอยู่แล้ว ที่ขนาด 100,000 หน่วย การคูณ 100,000 ด้วย 0.0001 ได้ 10 ดังนั้นหนึ่งจุดจึงเท่ากับ ฿10
ที่ขนาด 10,000 หน่วย การคูณ 10,000 ด้วย 0.0001 ได้ 1 ดังนั้นหนึ่งจุดเท่ากับ ฿1 ที่ขนาด 1,000 หน่วย การคูณ 1,000 ด้วย 0.0001 ได้ 0.1 ดังนั้นหนึ่งจุดเท่ากับ ฿0.10 ตัวเลขสามค่านี้มาจากสูตรเดียวกัน ไม่ได้มาจากการตั้งกฎแยกกัน สูตรคือจำนวนหน่วยคูณ 0.0001 แล้วอ่านผลเป็นบาท
เมื่อราคาเคลื่อนหลายจุด ให้นำจำนวนจุดคูณมูลค่าต่อจุดของขนาดที่ถืออยู่ ถ้าเคลื่อน 25 จุดที่ขนาด 0.10 ล็อต จะได้ 25 คูณ ฿1 เท่ากับ ฿25 ถ้าเคลื่อน 40 จุดที่ขนาด 0.01 ล็อต จะได้ 40 คูณ ฿0.10 เท่ากับ ฿4 การคูณแบบนี้ใช้ได้กับทั้งกำไรและขาดทุน เพราะทิศทางราคาเป็นตัวกำหนดเครื่องหมาย ไม่ใช่ขนาดล็อต
ขนาดล็อตกับเงินในบัญชี
ขนาดล็อตเป็นตัวคูณความผันผวน ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเงินในบัญชีจะพอหรือไม่ เงินฝาก ฿500 ที่ถือ 1.00 ล็อต มีมูลค่าต่อจุด ฿10 การเคลื่อน 10 จุดจึงเท่ากับ ฿100 ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของบัญชี ตัวเลขนี้คำนวณได้ก่อนเปิดการเทรด ไม่ต้องรอให้ราคาเคลื่อนก่อน
ถ้าลดขนาดลงเหลือ 0.10 ล็อต มูลค่าต่อจุดจะเหลือ ฿1 การเคลื่อน 10 จุดจึงเท่ากับ ฿10 หรือหนึ่งในห้าสิบของบัญชี ฿500 ถ้าลดเหลือ 0.01 ล็อต มูลค่าต่อจุดจะเหลือ ฿0.10 การเคลื่อน 10 จุดจึงเท่ากับ ฿1 หรือหนึ่งในห้าร้อยของบัญชี ตัวหารที่เพิ่มขึ้นคือสิ่งที่ขนาดล็อตที่เล็กลงซื้อมาให้
การเลือกขนาดจึงควรเริ่มจากจำนวนจุดที่ยอมรับได้ก่อน แล้วดูว่ามูลค่าต่อจุดเท่าไรจึงจะทำให้จำนวนเงินที่เสี่ยงอยู่ในระดับที่บัญชีรับได้ วิธีนี้ทำให้ขนาดล็อตเป็นผลจากการคำนวณ ไม่ใช่ความรู้สึกว่าทิศทางราคาจะไปทางใด จำนวนจุดที่ยอมรับได้เป็นตัวเลขที่ตั้งไว้ล่วงหน้าได้ ส่วนทิศทางราคาไม่ใช่
ทำไมล็อตที่เท่ากันจึงใช้เงินค้ำประกันไม่เท่ากัน
เมื่อเปิดสถานะ โบรกเกอร์จะกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นหลักประกัน เงินก้อนนี้เรียกว่ามาร์จิน จำนวนมาร์จินไม่ได้คิดจากมูลค่าสัญญาเต็มจำนวน แต่คิดจากอัตราส่วนที่โบรกเกอร์กำหนดไว้ เช่นอัตราส่วน 1:100 หมายความว่าคุณวางเงินหนึ่งบาทเพื่อควบคุมมูลค่าสัญญาหนึ่งร้อยบาท ขนาดล็อตที่เท่ากันจึงใช้มาร์จินเท่ากันในโบรกเกอร์เดียวกัน แต่ต่างกันเมื่ออัตราส่วนต่างกัน
ลองคิดจาก USD/THB ที่ 36.4500 หนึ่งล็อตมาตรฐานควบคุม 100,000 หน่วย มูลค่าสัญญาคือ 100,000 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿3,645,000 ที่อัตราส่วน 1:100 มาร์จินคือ ฿3,645,000 หาร 100 เท่ากับ ฿36,450 ที่อัตราส่วน 1:500 มาร์จินคือ ฿7,290 ตัวเลขทั้งสองมาจากมูลค่าสัญญาเดียวกัน ต่างกันเพียงตัวหาร
มาร์จินไม่ใช่ต้นทุนและไม่ใช่ค่าธรรมเนียม มันเป็นเงินที่ถูกกันไว้และคืนเมื่อปิดสถานะ แต่ถ้าเงินในบัญชีลดลงจนใกล้ระดับที่โบรกเกอร์กำหนด โบรกเกอร์อาจเรียกให้เติมเงินหรือปิดสถานะบางส่วน ระดับนี้เรียกว่ามาร์จินคอล และเกณฑ์ของแต่ละรายไม่เท่ากัน
อัตราส่วนสูงทำให้เปิดสถานะได้ด้วยเงินน้อยลง แต่มันไม่ได้ลดความเสี่ยงจากราคาเคลื่อน เพราะกำไรและขาดทุนยังคิดจากจำนวนหน่วยเต็ม วิธีที่ตรงไปตรงมาคือกำหนดเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดหนึ่งครั้งเป็นจำนวนบาทก่อน แล้วจึงเลือกขนาดล็อตที่ทำให้ระยะหยุดขาดทุนพอดีกับจำนวนนั้น
เงินฝาก ฿500 กับสามขนาดล็อต
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดล็อตมาตรฐาน | 1.00 ล็อต | ควบคุม 100,000 หน่วยของ USD/THB |
| มูลค่าหนึ่งจุดที่ 1.00 ล็อต | ฿10 | คำนวณจาก 100,000 คูณ 0.0001 |
| ขนาดมินิล็อต | 0.10 ล็อต | หนึ่งในสิบของล็อตมาตรฐาน ควบคุม 10,000 หน่วย |
| มูลค่าหนึ่งจุดที่ 0.10 ล็อต | ฿1 | คำนวณจาก 10,000 คูณ 0.0001 |
| ขนาดไมโครล็อต | 0.01 ล็อต | หนึ่งในร้อยของล็อตมาตรฐาน ควบคุม 1,000 หน่วย |
| มูลค่าหนึ่งจุดที่ 0.01 ล็อต | ฿0.10 | คำนวณจาก 1,000 คูณ 0.0001 |
| ราคา USD/THB ที่ใช้ | 36.4500 | ใช้เป็นตัวอย่างเท่านั้น ราคาจริงเปลี่ยนตลอดเวลา |
| เงินฝากในตัวอย่าง | ฿500 | สมมติว่าเป็นเงินในบัญชีทั้งหมด |
| ความเสี่ยงถ้าราคาเคลื่อน 10 จุด ที่ 1.00 ล็อต | ฿100 | 10 คูณ ฿10 |
| ความเสี่ยงถ้าราคาเคลื่อน 10 จุด ที่ 0.10 ล็อต | ฿10 | 10 คูณ ฿1 |
| ความเสี่ยงถ้าราคาเคลื่อน 10 จุด ที่ 0.01 ล็อต | ฿1 | 10 คูณ ฿0.10 |
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษราคา คิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่มจากตัวเลขนี้ และแต่ละรายอาจกำหนดขนาดล็อตขั้นต่ำไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบจากเอกสารของโบรกเกอร์ที่คุณใช้จริง
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
สี่ขั้นตอนต่อไปนี้พาไล่จากจำนวนหน่วยไปจนถึงจำนวนเงินที่เสี่ยง โดยใช้ตัวเลขจาก USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 และทำตามลำดับทีละขั้น
- 01
ระบุจำนวนหน่วยของล็อตที่กำลังดู
เปิดหน้าจอสั่งเทรดแล้วดูว่าช่องขนาดเขียนเป็นทศนิยมหรือเป็นจำนวนหน่วย ถ้าเขียน 0.10 ให้แปลงเป็น 10,000 หน่วย และถ้าเขียน 0.01 ให้แปลงเป็น 1,000 หน่วย การแปลงนี้ทำให้เห็นว่ากำลังควบคุมเครื่องมือปริมาณเท่าไรจริง
- 02
คำนวณมูลค่าต่อจุด
นำจำนวนหน่วยคูณ 0.0001 ซึ่งเป็นขนาดหนึ่งจุดของ USD/THB ที่ 10,000 หน่วย ได้ ฿1 และที่ 1,000 หน่วย ได้ ฿0.10 เขียนตัวเลขนี้ไว้ข้างขนาดล็อตก่อนเปิดการเทรด เพราะเป็นค่าที่จะใช้คูณในขั้นถัดไป
- 03
กำหนดจำนวนจุดที่ยอมรับได้
ตั้งจำนวนจุดล่วงหน้าว่าถ้าราคาเคลื่อนสวนทาง จะยอมให้เคลื่อนได้กี่จุดก่อนปิดการเทรด ตัวเลขนี้เป็นค่าที่เลือกไว้เอง ไม่ได้มาจากการคาดเดาทิศทางราคา เขียนไว้เป็นจำนวนเต็มเพื่อให้คูณได้ง่าย
- 04
คูณเป็นจำนวนเงิน
นำจำนวนจุดคูณมูลค่าต่อจุด เช่น 25 จุดที่ ฿1 เท่ากับ ฿25 หรือ 40 จุดที่ ฿0.10 เท่ากับ ฿4 ผลลัพธ์คือจำนวนเงินที่จะเปลี่ยนไปถ้าราคาเคลื่อนถึงจำนวนจุดนั้น
- 05
เทียบกับเงินในบัญชี
นำจำนวนเงินจากขั้นก่อนหน้าไปหารเงินฝาก เช่น ฿25 เทียบกับ ฿500 เท่ากับหนึ่งในยี่สิบของบัญชี ถ้าสัดส่วนที่ได้สูงกว่าที่ตั้งใจไว้ ให้ลดขนาดล็อตลงหนึ่งขั้นแล้วคำนวณใหม่ตั้งแต่ขั้นที่สอง
- 06
ตรวจสอบเงื่อนไขของโบรกเกอร์
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษราคา คิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่มจากตัวเลขนี้ และแต่ละรายอาจกำหนดขนาดล็อตขั้นต่ำไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบจากเอกสารของโบรกเกอร์ที่ใช้จริงก่อนคำนวณครั้งสุดท้าย การเทรดกับผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับของ SEC Thailand ไม่ได้ทำให้ตัวเลขเหล่านี้เท่ากันทุกแห่ง
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเลือกขนาดล็อตจากความมั่นใจในทิศทางราคา โดยไม่ดูว่าเงินในบัญชีรับความผันผวนได้แค่ไหน ในตัวอย่างนี้ เงินฝาก ฿500 กับ 1.00 ล็อต ความเสี่ยง ฿100 ต่อ 10 จุด กินเงินถึงหนึ่งในห้าของบัญชี ทางที่ดีควรเริ่มจากไมโครล็อต 0.01 ล็อต ซึ่งหนึ่งจุดเท่ากับ ฿0.10 แล้วค่อย ๆ ปรับเมื่อเข้าใจการเคลื่อนไหวจริง ไม่ใช่ปรับเพราะอยากได้กำไรเร็วขึ้นตรวจสอบตัวเอง
ถ้าเทรด 0.10 ล็อตของ USD/THB ราคาเคลื่อน 25 จุด จะเป็นเงินกี่บาท
หนึ่งจุดที่ 0.10 ล็อตมีค่า ฿1 ดังนั้น 25 คูณ ฿1 เท่ากับ ฿25
ถ้าเทรด 0.01 ล็อต ราคาเคลื่อน 40 จุด จะเป็นเงินกี่บาท
หนึ่งจุดที่ 0.01 ล็อตมีค่า ฿0.10 ดังนั้น 40 คูณ ฿0.10 เท่ากับ ฿4
ล็อตมาตรฐาน 1.00 ล็อต ควบคุมกี่หน่วยของ USD/THB และหนึ่งจุดมีค่าเท่าไร
ควบคุม 100,000 หน่วย และหนึ่งจุดมีค่า ฿10 เพราะ 100,000 คูณ 0.0001 เท่ากับ 10
คำถามที่มักตามมา
ทำไมขนาดมินิกับไมโครจึงต่างกันสิบเท่าและร้อยเท่า
ขนาดทั้งสามมาจากการหาร 100,000 หน่วยด้วย 10 และด้วย 100 ตามลำดับ มินิจึงได้ 10,000 หน่วย และไมโครได้ 1,000 หน่วย ตัวเลข 10,000 กับ 1,000 ไม่ได้มาจากการตั้งกฎแยกกัน แต่มาจากการหารจำนวนหน่วยของขนาดมาตรฐาน เมื่อจำนวนหน่วยลดลงสิบเท่า มูลค่าต่อจุดก็ลดลงสิบเท่าด้วย ที่ขนาดมินิหนึ่งจุดของ USD/THB จึงมีค่า ฿1 และที่ขนาดไมโครมีค่า ฿0.10
ถ้าโบรกเกอร์เขียน 10,000 หน่วย จะเท่ากับกี่ล็อต
10,000 หน่วยเท่ากับ 0.10 ล็อต เพราะ 10,000 หารด้วย 100,000 เท่ากับ 0.10 ในทำนองเดียวกัน 1,000 หน่วยเท่ากับ 0.01 ล็อต การเขียนสองแบบนี้หมายถึงขนาดเดียวกัน ต่างกันแค่หน่วยที่หน้าจอเลือกแสดง ควรดูว่าหน้าจอเขียนหน่วยใด ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขหน้าเครื่องหมายจุด เพราะ 0.10 กับ 10,000 ให้ภาพไม่เหมือนกันแต่เป็นขนาดเดียวกัน
หนึ่งจุดของ USD/THB คือเท่าไรในหน่วยราคา
หนึ่งจุดของ USD/THB คือ 0.0001 ในหน่วยของราคา ตัวเลขนี้ใช้คูณกับจำนวนหน่วยเพื่อหามูลค่าต่อจุด ที่ขนาด 100,000 หน่วย การคูณ 100,000 ด้วย 0.0001 ได้ 10 จึงเท่ากับ ฿10 ที่ขนาด 10,000 หน่วย ได้ ฿1 และที่ขนาด 1,000 หน่วย ได้ ฿0.10 คู่เงินนี้คิดเป็นบาทได้ตรง เพราะราคาอ้างอิงเป็นบาทอยู่แล้ว
ถ้าเทรด 0.10 ล็อต ราคาเคลื่อน 30 จุด จะเป็นเงินกี่บาท
หนึ่งจุดที่ 0.10 ล็อตมีค่า ฿1 ดังนั้น 30 คูณ ฿1 เท่ากับ ฿30 การคูณแบบนี้ใช้ได้กับทั้งกำไรและขาดทุน เพราะทิศทางราคาเป็นตัวกำหนดเครื่องหมาย ไม่ใช่ขนาดล็อต ถ้าราคาเคลื่อนสวนทาง จำนวนเงินก็เป็น ฿30 ในทางลบ ตัวเลขนี้คำนวณได้ก่อนเปิดการเทรด
เงินฝาก ฿500 รับความผันผวนได้แค่ไหนในแต่ละขนาด
ที่ 1.00 ล็อต มูลค่าต่อจุด ฿10 การเคลื่อน 10 จุดเท่ากับ ฿100 หรือหนึ่งในห้าของบัญชี ที่ 0.10 ล็อต มูลค่าต่อจุด ฿1 การเคลื่อน 10 จุดเท่ากับ ฿10 หรือหนึ่งในห้าสิบของ ฿500 ที่ 0.01 ล็อต มูลค่าต่อจุด ฿0.10 การเคลื่อน 10 จุดเท่ากับ ฿1 หรือหนึ่งในห้าร้อยของบัญชี ขนาดล็อตเป็นตัวคูณความผันผวน ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเงินในบัญชีจะพอหรือไม่
ค่าสเปรดกับค่าถือข้ามคืนคิดจากขนาดล็อตหรือไม่
คิดจากขนาดล็อตเช่นกัน เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากจำนวนหน่วยที่ถืออยู่ โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษราคา คิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่มจากตัวเลขนี้ และแต่ละรายอาจกำหนดขนาดล็อตขั้นต่ำไม่เท่ากัน ตัวเลขในบทเรียนนี้จึงเป็นตัวเลขก่อนหักค่าใช้จ่ายเหล่านั้น ควรตรวจสอบจากเอกสารของโบรกเกอร์ที่ใช้จริง
คำที่ใช้ในหน้านี้
- ล็อต
- ปริมาณของเครื่องมือที่หนึ่งการเทรดควบคุม ไม่ใช่จำนวนเงินที่จ่ายจริง ขนาดมาตรฐานควบคุม 100,000 หน่วย มินิควบคุม 10,000 หน่วย และไมโครควบคุม 1,000 หน่วย
- จุด
- หน่วยย่อยที่สุดของการเคลื่อนไหวราคาที่บทเรียนนี้อ้างถึง สำหรับ USD/THB หนึ่งจุดคือ 0.0001 ในหน่วยของราคา ใช้คูณกับจำนวนหน่วยเพื่อหามูลค่าต่อจุด
- มูลค่าต่อจุด
- จำนวนเงินที่เปลี่ยนไปเมื่อราคาเคลื่อนหนึ่งจุด คำนวณจากจำนวนหน่วยคูณ 0.0001 แล้วอ่านผลเป็นบาท ที่ขนาดมาตรฐานได้ ฿10 ที่มินิได้ ฿1 ที่ไมโครได้ ฿0.10
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่ผู้ให้บริการราคาตั้งไว้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดทันทีเมื่อเปิดการเทรด ขนาดของสเปรดแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา
- ค่าถือข้ามคืน
- ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อถือสถานะข้ามวัน คิดจากจำนวนหน่วยที่ถืออยู่และอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนด ตัวเลขนี้แตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ จึงควรตรวจสอบจากเอกสารของโบรกเกอร์ที่ใช้จริง
สิ่งที่ควรจดจำ
- ขนาดล็อตคือจำนวนหน่วยที่ควบคุม มาตรฐาน 100,000 หน่วย มินิ 10,000 หน่วย และไมโคร 1,000 หน่วย
- เมื่อจำนวนหน่วยลดลงสิบเท่า มูลค่าต่อจุดก็ลดลงสิบเท่า ที่ USD/THB หนึ่งจุดเท่ากับ ฿10 ที่มาตรฐาน ฿1 ที่มินิ และ ฿0.10 ที่ไมโคร
- จำนวนจุดคูณมูลค่าต่อจุดของขนาดที่ถืออยู่ ให้จำนวนเงินทั้งกำไรและขาดทุน ทิศทางราคาเป็นตัวกำหนดเครื่องหมาย
- ตัวเลขในบทเรียนนี้ยังไม่รวมค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าถือข้ามคืน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์