ข้ามไปยังเนื้อหา

ประเภทคำสั่ง: market, limit, stop

พื้นฐาน: การเทรดและบัญชีทำงานอย่างไรอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีบทเรียนนี้จะทำให้เห็นว่า คำสั่งซื้อขายแบบ market, limit และ stop ให้ราคาที่แตกต่างกันได้ แม้เป็นไอเดียเดียวกัน และจะคิดเป็นเงินบาทให้เห็นทีละขั้น ทุกตัวเลขมาจาก USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 และหนึ่ง pip บนหนึ่งสัญญามาตรฐานเท่ากับ ฿10.

เมื่ออ่านจบ จะคำนวณได้ว่า ระยะห่างจากราคาที่ต้องการกี่ pip คิดเป็นเงินบาทเท่าไร และรู้ว่าคำสั่งแต่ละแบบมีจุดที่ราคาคลาดเคลื่อนได้ตรงไหน.

ตลาด36.4522จุดหยุด36.4480ลิมิตUSD/THBเวลา →
แผนภาพแสดงสามเส้นราคาบนกราฟเดียวสำหรับไอเดียเข้าเดียวกัน: เส้น market ที่ราคาปัจจุบัน เส้น limit ที่รอราคาดีกว่า และเส้น stop ที่รอราคาแย่กว่า โดยเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่ราคาจริง

ราคาที่คำสั่งแต่ละแบบเรียกได้จริง

คำสั่ง market ไม่ได้กำหนดราคาไว้ล่วงหน้า มันบอกเพียงว่าซื้อหรือขายเดี๋ยวนี้ ราคาที่ได้จึงเป็นราคาที่โบรกเกอร์เสนออยู่ขณะนั้น ซึ่งมีสองด้านเสมอ คือราคาที่ซื้อได้กับราคาที่ขายได้ ระยะห่างระหว่างสองด้านนี้คือสเปรด และเป็นต้นทุนที่เกิดทันทีที่คำสั่งทำงาน บน USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 ถ้าสเปรดกว้าง 0.0200 หมายถึง 20 pip คิดเป็น 20 x ฿10 = ฿200 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ตัวเลขนี้ไม่ปรากฏบนกราฟ เพราะกราฟมักวาดเส้นเดียว

คำสั่ง limit วางไว้ที่ราคาที่ดีกว่าปัจจุบัน จึงยังไม่ทำงานจนกว่าราคาจะเดินมาถึง ฝั่งซื้อจะวางต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ฝั่งขายจะวางสูงกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาแตะ ราคาที่ได้มักเป็นราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่า เพราะฝั่งที่รออยู่ได้เปรียบฝั่งที่ต้องรีบ แต่ถ้าราคาวิ่งผ่านเร็วมาก คำสั่งอาจได้ราคาที่ตั้งไว้แล้วเลยไป โดยไม่มีอะไรรับประกันว่าตำแหน่งจะเปิดทันทีที่แตะครั้งแรก

คำสั่ง stop วางไว้ที่ราคาที่แย่กว่าปัจจุบัน เมื่อราคาไปถึง มันจะกลายเป็นคำสั่ง market ทันที นี่คือจุดที่ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้มากที่สุด เพราะราคาที่ตั้งไว้เป็นเพียงประตูเปิด ไม่ใช่ราคาที่จะได้ หากราคากระโดดข้ามระดับนั้นไป ราคาที่ได้จริงจะอยู่เลยออกไป ระยะที่เลยออกไปวัดเป็น pip ได้ และคูณด้วย ฿10 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐานเป็นเงินบาทได้เช่นกัน

ระยะห่างจากราคาปัจจุบันคิดเป็นเงินบาทอย่างไร

ทุกคำสั่งมีจุดอ้างอิงเดียวกันคือราคาปัจจุบัน วิธีคิดจึงเหมือนกันทุกแบบ เอาราคาที่ตั้งไว้ลบหรือถูกราคาปัจจุบัน แล้วอ่านผลต่างเป็น pip โดย USD/THB นับทศนิยมตำแหน่งที่สี่เป็นหนึ่ง pip จาก 36.4500 ไป 36.4200 ต่างกัน 0.0300 หรือ 30 pip จาก 36.4500 ไป 36.4800 ต่างกัน 0.0300 หรือ 30 pip เท่ากัน เพราะทิศทางไม่เปลี่ยนขนาดของระยะ

เมื่อได้จำนวน pip แล้ว คูณด้วย ฿10 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน จะได้จำนวนเงินที่ระยะนั้นมีค่า 30 pip จึงเท่ากับ ฿300 และ 60 pip เท่ากับ ฿600 ตัวคูณนี้ผูกกับขนาดสัญญา ถ้าลดขนาดสัญญาลงครึ่ง ตัวคูณก็ลดลงครึ่ง ระยะ pip เท่าเดิมแต่จำนวนเงินเปลี่ยน ตัวเลข ฿10 จึงใช้ได้เฉพาะหนึ่งสัญญามาตรฐานของ USD/THB

การคิดแบบนี้ทำให้เทียบคำสั่งต่างชนิดกันได้บนหน่วยเดียวกัน คำสั่ง limit ที่ห่าง 30 pip กับคำสั่ง stop ที่ห่าง 30 pip มีค่าเท่ากันที่ ฿300 แต่ความหมายต่างกัน คนหนึ่งรอราคาที่ดีกว่า อีกคนเตรียมรับราคาที่แย่กว่า ตัวเลขไม่บอกว่าอันไหนเหมาะกว่า มันบอกเพียงว่าแต่ละทางห่างจากจุดเริ่มต้นเท่าไร

สิ่งที่ทำให้ราคาที่ได้ไม่ตรงกับราคาที่ตั้ง

สเปรดเป็นตัวแรกที่ขยับราคาให้ห่างจากที่เห็นบนกราฟ ฝั่งที่ซื้อจะจ่ายที่ราคาสูงกว่า ฝั่งที่ขายจะได้ที่ราคาต่ำกว่า ส่วนต่างนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บแยก แต่ถูกหักไปในราคาแล้ว โบรกเกอร์แต่ละรายตั้งสเปรดไม่เท่ากัน และช่วงที่ตลาดเงียบกับช่วงที่ตลาดผันผวนก็ไม่เท่ากัน ตัวเลขที่เห็นในหน้าจอหนึ่งจึงไม่ใช่ตัวเลขที่ที่อื่นเห็น

ค่าคอมมิชชันและวิธีปัดทศนิยมเป็นตัวถัดมา บางที่คิดค่าคอมมิชชันแยกจากสเปรด บางที่รวมไว้ในสเปรดแล้ว บางที่ปัดราคาเป็นทศนิยมตำแหน่งที่สาม ทำให้ pip เศษหายไป จำนวนที่หายต่อครั้งเล็ก แต่ถ้าส่งคำสั่งบ่อย จำนวนครั้งคูณเข้าไปจนมีนัย ตัวเลขเหล่านี้แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงไม่มีอัตราเดียวที่ใช้ได้ทุกที่

ช่วงเวลาที่ตลาดเปิดและปิดก็มีผล ราคา USD/THB ขึ้นกับสภาพคล่องของแต่ละช่วงวัน ช่วงที่สภาพคล่องบาง ราคาที่เสนออาจห่างกันกว้างกว่าปกติ คำสั่ง market และ stop ที่ทำงานในจังหวะนั้นจึงได้ราคาที่ห่างจากที่คาดไว้มากกว่าคำสั่ง limit ซึ่งรออยู่เฉย ๆ วิธีรับมือคือกำหนดล่วงหน้าว่ารับส่วนต่างได้กี่ pip คิดเป็นเงินบาท แล้วปรับขนาดสัญญาหรือรอจังหวะใหม่

ไอเดียเดียว สามคำสั่ง ต่างกัน ฿300

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
คำสั่ง market36.4500ซื้อทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน ซึ่งเป็นราคาที่ปรากฏบนหน้าจอ
คำสั่ง limit36.4200รอซื้อถูกกว่า 30 pip คิดเป็น 30 x ฿10 = ฿300 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน
คำสั่ง stop36.4800รอซื้อแพงกว่า 30 pip คิดเป็น 30 x ฿10 = ฿300 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน
ส่วนต่างราคาสูงสุด฿600จาก 36.4200 ถึง 36.4800 ห่าง 60 pip คิดเป็น 60 x ฿10 = ฿600

โบรกเกอร์แต่ละรายอาจบวกสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือปัดทศนิยมต่างกัน และราคาที่ได้จริงอาจไม่ตรงกับราคาที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะคำสั่ง market และ stop ซึ่งตัวเลขเหล่านี้อาจแตกต่างกันในแต่ละที่

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

สี่ขั้นต่อไปนี้พาไล่จากราคาปัจจุบันไปจนถึงการตัดสินใจว่าคำสั่งแบบใดควรใช้ในสถานการณ์หนึ่ง โดยคิดเป็นเงินบาททุกขั้น

  1. 01

    อ่านราคาปัจจุบันและสเปรดก่อน

    ดูราคา USD/THB ปัจจุบันและระยะห่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย สมมติราคาปัจจุบัน 36.4500 และสเปรด 0.0200 หรือ 20 pip คิดเป็น 20 x ฿10 = ฿200 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ตัวเลขนี้คือต้นทุนที่เกิดทันทีถ้าใช้คำสั่ง market

  2. 02

    เลือกฝั่งและกำหนดราคาที่ต้องการ

    ตัดสินว่าจะซื้อหรือขาย แล้วเขียนราคาที่อยากได้ลงไป ฝั่งซื้อที่อยากได้ถูกกว่าปัจจุบันใช้ limit ฝั่งขายที่อยากได้แพงกว่าปัจจุบันก็ใช้ limit ถ้าราคาที่เขียนแย่กว่าปัจจุบัน นั่นคือ stop ไม่ใช่ limit

  3. 03

    วัดระยะเป็น pip แล้วคูณเป็นบาท

    เอาราคาที่ตั้งไว้เทียบกับราคาปัจจุบัน อ่านผลต่างเป็น pip แล้วคูณด้วย ฿10 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน จาก 36.4500 ไป 36.4200 คือ 30 pip หรือ ฿300 จาก 36.4500 ไป 36.4800 ก็คือ 30 pip หรือ ฿300 เท่ากัน

  4. 04

    กำหนดส่วนต่างที่รับได้ล่วงหน้า

    เขียนจำนวน pip สูงสุดที่ยอมรับได้ถ้าราคาไม่ตรงกับที่ตั้ง แล้วแปลงเป็นเงินบาทด้วยตัวคูณเดิม เช่น รับได้ 10 pip คือ ฿100 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ถ้าระยะที่ตั้งไว้ไกลกว่านั้นมาก ให้พิจารณาลดขนาดสัญญา

  5. 05

    ตรวจว่าคำสั่งจะทำงานตอนไหน

    ยืนยันว่าคำสั่งที่เลือกจะยังไม่ทำงานจนกว่าราคาจะถึงระดับที่ตั้ง และรู้ว่าราคาที่ได้อาจต่างจากที่ตั้งหากราคาเคลื่อนเร็ว คำสั่ง limit รอราคาที่ดีกว่า คำสั่ง stop ทำงานเมื่อราคาไปถึงราคาที่แย่กว่า

  6. 06

    บันทึกผลหลังคำสั่งทำงาน

    หลังคำสั่งทำงาน ให้เทียบราคาที่ตั้งไว้กับราคาที่ได้จริง แล้วอ่านส่วนต่างเป็น pip คูณด้วย ฿10 เป็นบาท เก็บตัวเลขนี้ไว้ดูว่าค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ยของแต่ละช่วงเวลาต่างกันเท่าไร วิธีนี้ทำให้เห็นว่าควรวางคำสั่งแบบใดในจังหวะที่ตลาดมีสภาพคล่องน้อย

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

หลายคนคิดว่าคำสั่ง limit และ stop จะได้ราคาตามที่ตั้งไว้เสมอ แต่คำสั่ง market และ stop อาจได้ราคาใกล้เคียงแต่ไม่เท่า เพราะราคาเปลี่ยนเร็วในจังหวะที่คำสั่งทำงาน วิธีที่ควรทำคือกำหนดล่วงหน้าว่ารับส่วนต่างได้กี่ pip และคิดเป็นเงินบาทก่อนส่งคำสั่ง เช่น 30 pip คือ ฿300 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ถ้ารับไม่ได้ก็ปรับขนาดสัญญาหรือรอจังหวะใหม่ แทนที่จะส่งแล้วหวังว่าราคาจะตรงเป๊ะ.

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้าตั้งคำสั่ง limit ที่ 36.4200 และราคาปัจจุบันคือ 36.4500 ระยะห่าง 30 pip คิดเป็นเงินบาทเท่าไรบนหนึ่งสัญญามาตรฐาน

30 x ฿10 = ฿300 เพราะหนึ่ง pip บนหนึ่งสัญญามาตรฐานของ USD/THB เท่ากับ ฿10

ถ้าตั้งคำสั่ง stop ที่ 36.4800 ราคาห่างจาก 36.4500 กี่ pip และคิดเป็นเงินบาทเท่าไร

ห่าง 36.4800 - 36.4500 = 0.0300 หรือ 30 pip คิดเป็น 30 x ฿10 = ฿300

ถ้าราคาเคลื่อนจาก 36.4200 ไป 36.4800 ต่างกันกี่ pip และคิดเป็นเงินบาทเท่าไร

ต่างกัน 36.4800 - 36.4200 = 0.0600 หรือ 60 pip คิดเป็น 60 x ฿10 = ฿600

คำถามที่มักตามมา

ทำไมราคาที่ได้จากคำสั่ง market ถึงไม่เท่ากับราคาที่เห็นบนกราฟ

กราฟมักวาดราคาเพียงเส้นเดียว แต่ในตลาดมีสองราคาพร้อมกันเสมอ คือราคาที่ซื้อได้กับราคาที่ขายได้ ระยะห่างระหว่างสองราคานี้คือสเปรด คำสั่ง market เข้าที่ราคาใดราคาหนึ่งในสองด้านนั้นทันที จึงต่างจากเส้นบนกราฟ ถ้าสเปรดกว้าง 0.0200 บน USD/THB หมายถึง 20 pip หรือ 20 x ฿10 = ฿200 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ตัวเลขนี้ไม่ปรากฏบนกราฟ.

คำสั่ง limit รับประกันราคาที่ตั้งไว้หรือไม่

ไม่รับประกัน คำสั่ง limit วางไว้ที่ราคาที่ดีกว่าปัจจุบันและรอจนราคาเดินมาถึง เมื่อถึง ราคาที่ได้มักเป็นราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่า เพราะฝั่งที่รออยู่ได้เปรียบ แต่ถ้าราคาวิ่งผ่านเร็วมาก คำสั่งอาจได้ราคาที่ตั้งไว้แล้วเลยไป และไม่มีอะไรรับประกันว่าตำแหน่งจะเปิดทันทีที่แตะครั้งแรก.

ทำไมคำสั่ง stop ถึงได้ราคาแย่กว่าราคาที่ตั้งไว้

ราคาที่ตั้งไว้บนคำสั่ง stop เป็นเพียงประตูเปิด ไม่ใช่ราคาที่จะได้ เมื่อราคาไปถึง ระบบจะเปลี่ยนคำสั่งนั้นเป็นคำสั่ง market ทันที ราคาที่ได้จริงจึงเป็นราคาตลาดขณะนั้น หากราคากระโดดข้ามระดับที่ตั้งไว้ ราคาที่ได้จะอยู่เลยออกไป ระยะที่เลยออกไปวัดเป็น pip และคูณด้วย ฿10 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐานเป็นเงินบาทได้.

ระยะ pip คิดเป็นเงินบาทได้อย่างไร

นับทศนิยมตำแหน่งที่สี่ของ USD/THB เป็นหนึ่ง pip จาก 36.4500 ไป 36.4800 ต่างกัน 0.0300 หรือ 30 pip แล้วคูณด้วย ฿10 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ได้ ฿300 ตัวคูณนี้ผูกกับขนาดสัญญา ถ้าลดขนาดสัญญาลงครึ่ง ตัวคูณก็ลดลงครึ่ง ระยะ pip เท่าเดิมแต่จำนวนเงินเปลี่ยน ดังนั้น ฿10 ใช้ได้เฉพาะหนึ่งสัญญามาตรฐานของ USD/THB.

คำสั่ง limit กับ stop ที่ห่างเท่ากันมีค่าเท่ากันหรือไม่

ค่าเป็นเงินเท่ากัน แต่ความหมายต่างกัน คำสั่ง limit ที่ห่าง 30 pip มีค่า 30 x ฿10 = ฿300 และคำสั่ง stop ที่ห่าง 30 pip ก็มีค่า ฿300 เท่ากัน ต่างกันที่ทิศทาง คนหนึ่งรอราคาที่ดีกว่า อีกคนเตรียมรับราคาที่แย่กว่า ตัวเลขไม่บอกว่าอันไหนเหมาะกว่า มันบอกเพียงว่าแต่ละทางห่างจากจุดเริ่มต้นเท่าไร.

ทำไมตัวเลขจากโบรกเกอร์หนึ่งถึงใช้กับอีกที่ไม่ได้

โบรกเกอร์แต่ละรายอาจบวกสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือปัดทศนิยมต่างกัน ราคาที่ได้จริงจึงอาจไม่ตรงกับราคาที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะคำสั่ง market และ stop วิธีที่ควรทำคือกำหนดล่วงหน้าว่ารับส่วนต่างได้กี่ pip และคิดเป็นเงินบาทก่อนส่งคำสั่ง ถ้ารับไม่ได้ก็ปรับขนาดสัญญาหรือรอจังหวะใหม่ แทนที่จะส่งแล้วหวังว่าราคาจะตรงเป๊ะ.

คำที่ใช้ในหน้านี้

สเปรด
ระยะห่างระหว่างราคาที่ซื้อได้กับราคาที่ขายได้ในขณะเดียวกัน เป็นต้นทุนที่เกิดทันทีเมื่อคำสั่ง market ทำงาน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บแยก แต่ถูกหักไปในราคาแล้ว.
pip
หน่วยนับการเคลื่อนของราคา บน USD/THB นับทศนิยมตำแหน่งที่สี่เป็นหนึ่ง pip เช่น 0.0001 จาก 36.4500 ไป 36.4200 ต่างกัน 0.0300 หรือ 30 pip.
คำสั่ง market
คำสั่งที่บอกเพียงว่าซื้อหรือขายเดี๋ยวนี้ ไม่กำหนดราคาไว้ล่วงหน้า ราคาที่ได้จึงเป็นราคาที่โบรกเกอร์เสนออยู่ขณะนั้น ซึ่งมีสองด้านเสมอ.
คำสั่ง limit
คำสั่งที่วางไว้ที่ราคาที่ดีกว่าปัจจุบัน ฝั่งซื้อวางต่ำกว่า ฝั่งขายวางสูงกว่า ยังไม่ทำงานจนกว่าราคาจะเดินมาถึง ราคาที่ได้มักเป็นราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่า.
คำสั่ง stop
คำสั่งที่วางไว้ที่ราคาที่แย่กว่าปัจจุบัน เมื่อราคาไปถึงจะกลายเป็นคำสั่ง market ทันที ราคาที่ตั้งไว้เป็นเพียงประตูเปิด ไม่ใช่ราคาที่จะได้.
สัญญามาตรฐาน
ขนาดสัญญาที่ตัวคูณของ USD/THB เท่ากับ ฿10 ต่อหนึ่ง pip ถ้าลดขนาดสัญญาลงครึ่ง ตัวคูณก็ลดลงครึ่ง ระยะ pip เท่าเดิมแต่จำนวนเงินเปลี่ยน.

สิ่งที่ควรจดจำ

  • คำสั่ง market เข้าที่ราคาตลาดขณะนั้น คำสั่ง limit รอราคาที่ดีกว่า คำสั่ง stop เปิดเมื่อราคาไปถึงราคาที่แย่กว่า.
  • ระยะห่างจากราคาปัจจุบันคิดเป็น pip แล้วคูณด้วย ฿10 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ได้เป็นเงินบาท.
  • คำสั่ง market และ stop อาจได้ราคาไม่ตรงกับที่ตั้งไว้ เพราะราคาเปลี่ยนเร็วในจังหวะที่คำสั่งทำงาน.
  • กำหนดล่วงหน้าว่ารับส่วนต่างได้กี่ pip และคิดเป็นเงินบาทก่อนส่งคำสั่ง ถ้ารับไม่ได้ก็ปรับขนาดสัญญาหรือรอจังหวะใหม่.
ถัดไปใน พื้นฐาน: การเทรดและบัญชีทำงานอย่างไรStop loss และ take profit
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ