การฝากและถอนด้วยวิธีในประเทศ
ยกตัวอย่าง USD/THB ที่ราคาประมาณ 36.4500 หนึ่งจุดบนสัญญามาตรฐานหนึ่งสัญญาคือ ฿10 และการฝากหรือถอนหนึ่งครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้ยอดที่ได้จริงไม่เท่ากับที่คำนวณไว้
เส้นทางของเงินจากบัญชีธนาคารไทยไปถึงโบรกเกอร์
การโอนเงินจากธนาคารไทยไปถึงโบรกเกอร์มีสองเส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือโอนผ่านระบบธนาคารตามปกติ ผู้ส่งกรอกเลขบัญชีปลายทางของโบรกเกอร์ที่อยู่ในประเทศไทย แล้วเงินจะวิ่งผ่านระบบหักบัญชีระหว่างธนาคาร เส้นทางที่สองคือพร้อมเพย์ ผู้ส่งสแกนหรือกรอกหมายเลขพร้อมเพย์ของโบรกเกอร์ แล้วเงินจะเข้าบัญชีปลายทางภายในไม่กี่วินาที ทั้งสองเส้นทางนี้เป็นวิธีที่คนในประเทศไทยใช้มากที่สุด เพราะไม่ต้องแปลงเงินเป็นสกุลอื่นก่อนโอน
สิ่งที่ต่างกันชัดเจนคือเวลาที่เงินถึงโบรกเกอร์ การโอนผ่านพร้อมเพย์มักใช้เวลาไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที และทำได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ส่วนการโอนผ่านธนาคารตามปกติมักใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหนึ่งวันทำการ ถ้าโอนหลังเวลาตัดรอบของธนาคาร เงินอาจไปถึงวันทำการถัดไป วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ทำให้ล่าช้าออกไปอีก เพราะระบบหักบัญชีระหว่างธนาคารไม่ทำงานในวันหยุด
อีกจุดที่ต้องรู้คือเงินที่โอนไปนั้นยังเป็นเงินบาท ไม่ได้กลายเป็นดอลลาร์สหรัฐทันทีที่ถึงโบรกเกอร์ โบรกเกอร์จะแปลงเงินบาทเป็นสกุลที่ใช้ค้ำประกันตามอัตราที่โบรกเกอร์กำหนด อัตรานี้มักใกล้เคียงกับอัตราตลาดแต่มักไม่เท่ากันเป๊ะ เพราะมีส่วนต่างที่โบรกเกอร์บวกเข้าไป ดังนั้นยอดที่เห็นในบัญชีเทรดจึงอาจน้อยกว่ายอดที่โอนไปเล็กน้อยแม้ไม่มีค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้ชัดเจน
ค่าธรรมเนียมและส่วนต่างที่ทำให้ยอดไม่ตรงกับที่คิด
ค่าธรรมเนียมการฝากและถอนไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์ บางรายไม่คิดค่าธรรมเนียมเลย แต่บางรายคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดโอน หรือคิดเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อครั้ง บางรายคิดเฉพาะการถอน บางรายคิดทั้งสองทาง ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์และตามวิธีชำระเงินที่เลือก จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกที่
นอกจากค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้ ยังมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งมองไม่เห็นเป็นบรรทัดในใบเสร็จ สมมติว่าโอน ฿10,000 และโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมฝาก 1% ค่าธรรมเนียมคือ ฿100 ยอดที่เหลือคือ ฿9,900 จากนั้นโบรกเกอร์แปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐ ถ้าอัตราที่โบรกเกอร์ใช้สูงกว่าอัตราตลาดเล็กน้อย ยอดดอลลาร์ที่ได้ก็จะน้อยกว่าที่คำนวณจากอัตราตลาดอีกชั้นหนึ่ง
การปัดเศษก็ทำให้ยอดไม่ตรงได้เช่นกัน ยอดที่แปลงแล้วมักถูกปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่งหรือตามหน่วยที่โบรกเกอร์กำหนด เศษที่ปัดทิ้งไปไม่กี่สตางค์ต่อครั้ง เมื่อทำหลายครั้งก็รวมเป็นจำนวนที่ไม่น้อย วิธีตรวจที่ตรงไปตรงมาคือเทียบยอดที่โอนออกจากบัญชีธนาคารกับยอดที่เข้าบัญชีเทรด แล้วดูว่าส่วนต่างคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดโอน ถ้าส่วนต่างสูงกว่าที่คาด ควรถามฝ่ายบริการลูกค้าของโบรกเกอร์ก่อนโอนครั้งถัดไป
ทำไมการถอนต้องย้อนกลับทางเดิม
การถอนมักถูกบังคับให้กลับไปยังบัญชีธนาคารเดียวกันกับที่ใช้ฝาก และต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชีเทรด เหตุผลคือโบรกเกอร์ต้องปฏิบัติตามกฎต่อต้านการฟอกเงิน ซึ่งกำหนดให้ตรวจสอบที่มาของเงินและตัวตนของผู้รับเงิน ถ้าถอนเข้าบัญชีชื่ออื่นหรือธนาคารอื่น โบรกเกอร์จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าเงินกลับไปหาคนเดียวกัน จึงมักปฏิเสธรายการนั้น
ในทางปฏิบัติ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้บัญชีธนาคารบัญชีเดียวสำหรับทั้งฝากและถอน และตั้งชื่อบัญชีเทรดให้ตรงกับชื่อบัญชีธนาคารทุกตัวอักษร ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนบัญชีรับเงิน ต้องแจ้งโบรกเกอร์และผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนก่อน จึงจะถอนเข้าบัญชีใหม่ได้ การเปลี่ยนบัญชีโดยไม่แจ้งมักทำให้คำสั่งถอนถูกระงับไว้จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ
การเก็บหลักฐานการโอนทุกครั้งมีประโยชน์สองทาง ทางแรกคือใช้เป็นหลักฐานยอดฝากเมื่อต้องตรวจสอบกับโบรกเกอร์ ทางที่สองคือใช้ยืนยันตัวตนในกรณีที่ระบบจับคู่ยอดโอนไม่ตรง หลักฐานที่ควรเก็บได้แก่สลิปโอนเงิน เลขอ้างอิงรายการ และภาพหน้าจอยืนยันการทำรายการ ยิ่งเก็บครบตั้งแต่ครั้งแรก ยิ่งลดเวลาที่ใช้แก้ปัญหาเมื่อมีข้อสงสัย
ฝาก ฿10,000 ถอน ฿10,000 กับ USD/THB ที่ 36.4500
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เงินฝากตั้งต้น | ฿10,000 | จำนวนที่โอนออกจากบัญชีธนาคารในประเทศ |
| เวลาฝากถึงโบรกเกอร์ | ภายในไม่กี่นาทีถึงหนึ่งวันทำการ | พร้อมเพย์มักเร็วกว่าโอนผ่านธนาคาร และเวลาขึ้นกับโบรกเกอร์กับธนาคาร |
| ยอดที่เข้าบัญชีเทรด | ฿10,000 | สมมติว่าโบรกเกอร์ไม่คิดค่าธรรมเนียมฝากและไม่หักค่าอัตราแลกเปลี่ยน |
| ราคา USD/THB | 36.4500 | ใช้เป็นราคาอ้างอิงในตัวอย่างนี้ |
| หนึ่งจุดบนหนึ่งสัญญามาตรฐาน | ฿10 | คำนวณจาก 100,000 x 0.0001 แล้วแปลงเป็นบาทที่ราคาอ้างอิง |
| กำไร 20 จุดบนหนึ่งสัญญามาตรฐาน | ฿200 | 20 x ฿10 |
| เวลาถอนกลับเข้าบัญชี | หนึ่งถึงสามวันทำการ | เวลาขึ้นกับโบรกเกอร์และธนาคาร และมักต้องถอนกลับทางเดียวกับที่ฝากมา |
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจคิดค่าธรรมเนียมฝากหรือถอน หักค่าอัตราแลกเปลี่ยน หรือปัดเศษยอดไม่เท่ากัน จึงควรตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์นั้นก่อนทำรายการ
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
ต่อไปนี้คือลำดับที่ทำได้จริงตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขไปจนถึงเก็บหลักฐาน โดยทำตามทีละขั้นและตรวจยอดทุกครั้งก่อนยืนยันรายการ
- 01
อ่านเงื่อนไขการชำระเงินของโบรกเกอร์
เปิดหน้าค่าธรรมเนียมและการชำระเงินของโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่ แล้วจดว่าวิธีใดมีค่าธรรมเนียมและวิธีใดไม่มี ตรวจว่ามีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนระบุไว้หรือไม่ และดูว่ายอดขั้นต่ำต่อครั้งคือเท่าใด เก็บข้อมูลนี้ไว้เทียบกับยอดจริงหลังโอน
- 02
ตรวจว่าชื่อบัญชีตรงกัน
เทียบชื่อบนบัญชีธนาคารกับชื่อบนบัญชีเทรดว่าสะกดตรงกันทุกตัวอักษร ถ้ายังไม่ได้ยืนยันตัวตนให้ทำก่อน เพราะการถอนจะไม่ผ่านถ้าตัวตนยังไม่ครบ ถ้าต้องเปลี่ยนบัญชีรับเงินให้แจ้งโบรกเกอร์ล่วงหน้า
- 03
เลือกวิธีโอนที่เหมาะกับเวลา
ถ้าต้องการให้เงินถึงเร็วและทำรายการนอกเวลาธนาคาร พร้อมเพย์มักเป็นทางเลือกที่เร็วกว่า ถ้าโอนผ่านธนาคารตามปกติให้ทำก่อนเวลาตัดรอบของวันนั้น เพื่อไม่ให้เงินไปถึงวันทำการถัดไป หลีกเลี่ยงการโอนในวันหยุดนักขัตฤกษ์
- 04
คำนวณยอดที่คาดว่าจะเข้าบัญชี
หักค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้ออกจากยอดโอนก่อน แล้วจึงเทียบกับยอดที่เข้าบัญชีเทรดจริง ส่วนต่างที่เหลือมักมาจากอัตราแลกเปลี่ยนและการปัดเศษ ถ้าส่วนต่างมากกว่าที่คาดไว้ ให้ถามฝ่ายบริการลูกค้าก่อนทำรายการครั้งถัดไป
- 05
เก็บหลักฐานทุกครั้ง
บันทึกสลิปโอนเงิน เลขอ้างอิงรายการ และภาพหน้าจอยืนยันการทำรายการไว้ในที่เดียว การเก็บครบตั้งแต่ครั้งแรกช่วยให้ตรวจสอบยอดได้เร็วเมื่อมีข้อสงสัย และช่วยยืนยันตัวตนได้เมื่อระบบจับคู่ยอดไม่ตรง
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
หลายคนฝากด้วยพร้อมเพย์แล้วพยายามถอนเข้าบัญชีธนาคารคนละบัญชีหรือคนละชื่อ ซึ่งมักถูกปฏิเสธเพราะโบรกเกอร์ต้องถอนกลับไปทางเดียวกับที่รับเงินมา ทางที่ดีคือใช้บัญชีชื่อเดียวกันทั้งฝากและถอน และเก็บหลักฐานการโอนไว้ทุกครั้ง อีกจุดที่พลาดคือคิดว่าค่าธรรมเนียมเป็นศูนย์เสมอ ทั้งที่บางรายมีค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนแอบแฝง จึงควรอ่านเงื่อนไขการชำระเงินก่อนโอนทุกครั้งตรวจสอบตัวเอง
ถ้าราคา USD/THB อยู่ที่ 36.4500 และหนึ่งจุดบนหนึ่งสัญญามาตรฐานคือ ฿10 แล้วกำไร 35 จุดบนหนึ่งสัญญามาตรฐานคิดเป็นเงินบาทเท่าใด
35 x ฿10 = ฿350
ถ้าฝาก ฿10,000 และโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมฝาก 1% ยอดที่เข้าบัญชีเทรดเหลือเท่าใด
ค่าธรรมเนียม 1% ของ ฿10,000 คือ ฿100 ดังนั้นเหลือ ฿10,000 - ฿100 = ฿9,900
คำถามที่มักตามมา
ทำไมถอนเข้าบัญชีธนาคารของคนอื่นไม่ได้
โบรกเกอร์ต้องพิสูจน์ว่าเงินที่จ่ายออกไปกลับไปหาเจ้าของเงินจริง จึงผูกการถอนไว้กับชื่อเจ้าของบัญชีที่ใช้ฝากไว้ตั้งแต่แรก ถ้าชื่อผู้รับไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีเทรด ระบบมักปฏิเสธรายการโดยอัตโนมัติก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจด้วยซ้ำ วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือใช้บัญชีธนาคารชื่อเดียวกันทั้งตอนฝากและตอนถอน และอย่าให้คนอื่นโอนเข้าบัญชีเทรดแทน
ถ้าฝากด้วยพร้อมเพย์แล้วถอนทางธนาคารได้ไหม
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโบรกเกอร์แต่ละราย บางรายยอมให้เปลี่ยนช่องทางได้ตราบใดที่ชื่อบัญชีปลายทางตรงกัน แต่บางรายกำหนดให้ถอนกลับทางเดิมเท่านั้น เพราะพร้อมเพย์ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์หรือเลขบัญชีที่ตรวจสอบได้ง่ายกว่า ทางที่ดีคือถามฝ่ายบริการลูกค้าก่อนโอนครั้งแรก ไม่ใช่รอให้ถึงตอนถอนแล้วจึงพบว่าติดเงื่อนไข
เงินที่โอนไปถึงโบรกเกอร์แล้วหายไปไหน
เงินไม่ได้หายไป แต่ถูกแปลงเป็นสกุลที่ใช้ค้ำประกันตามอัตราที่โบรกเกอร์กำหนด ยอดที่เห็นในบัญชีเทรดจึงอาจน้อยกว่ายอดที่โอนไป เพราะมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและการปัดเศษรวมอยู่ด้วย วิธีตรวจที่ตรงไปตรงมาคือเทียบยอดที่ออกจากบัญชีธนาคารกับยอดที่เข้าบัญชีเทรด แล้วคิดส่วนต่างเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดโอน ถ้าส่วนต่างสูงกว่าที่คาดไว้ ควรถามฝ่ายบริการลูกค้าก่อนโอนครั้งถัดไป
โอนตอนกลางคืนเงินจะถึงเมื่อไร
พร้อมเพย์มักเข้าภายในไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที และทำได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ส่วนการโอนผ่านธนาคารตามปกติมักใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหนึ่งวันทำการ ถ้าโอนหลังเวลาตัดรอบของธนาคาร เงินมักไปถึงวันทำการถัดไป วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ทำให้ล่าช้าออกไปอีก เพราะระบบหักบัญชีระหว่างธนาคารไม่ทำงานในวันหยุด
ต้องเก็บหลักฐานการโอนไว้นานแค่ไหน
เก็บไว้อย่างน้อยจนกว่าจะถอนเงินก้อนนั้นออกมาครบและกระทบยอดได้ หลักฐานที่ควรมีคือสลิปหรือภาพหน้าจอที่เห็นวันที่ เวลา ยอดเงิน และชื่อผู้รับ ช่องทางที่ใช้ก็มีผล เพราะการถอนมักต้องย้อนกลับทางเดิม หลักฐานจึงช่วยยืนยันว่าฝากมาจากช่องทางใด ถ้ามีปัญหาทีหลัง หลักฐานชุดเดียวกันนี้คือสิ่งที่ฝ่ายบริการลูกค้าขอจากผู้ใช้ก่อนเสมอ
ยอดโอนขั้นต่ำมีผลกับค่าธรรมเนียมอย่างไร
ค่าธรรมเนียมแบบคิดเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อครั้งจะกินสัดส่วนสูงมากเมื่อยอดโอนเล็ก เช่นโอน ฿1,000 แล้วโดนหัก ฿50 คิดเป็น 5% ของยอดโอน ส่วนค่าธรรมเนียมแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะไม่เปลี่ยนตามขนาดของยอดโอน ตัวเลขขั้นต่ำและอัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงควรอ่านเงื่อนไขของรายที่ใช้อยู่ก่อนโอนทุกครั้ง
ใน ประเทศไทย
- สกุลเงิน
- บาท เขียนย่อว่า ฿ (THB)
- เครื่องมือในตัวอย่าง
- USD/THB ราคาประมาณ 36.4500
- หน่วยงานกำกับดูแล
- SEC Thailand
- หนึ่งจุดบนหนึ่งสัญญามาตรฐานของ USD/THB
- ฿10 (100,000 x 0.0001)
- วิธีชำระเงินในประเทศที่ใช้ได้
- โอนผ่านธนาคารและพร้อมเพย์
คำที่ใช้ในหน้านี้
- พร้อมเพย์
- ระบบโอนเงินในประเทศไทยที่ผูกบัญชีธนาคารหรือกระเป๋าเงินกับหมายเลขโทรศัพท์หรือเลขบัตรประชาชน ผู้ส่งเพียงกรอกหมายเลขนั้นก็โอนได้ เงินมักเข้าปลายทางภายในไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที และทำได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
- ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน
- ช่องว่างระหว่างอัตราที่โบรกเกอร์ใช้แปลงเงินกับอัตราตลาด ส่วนต่างนี้มักไม่ปรากฏเป็นบรรทัดในใบเสร็จ แต่ทำให้ยอดที่ได้จริงน้อยกว่าที่คำนวณจากอัตราตลาด
- การปัดเศษ
- การปรับยอดที่แปลงแล้วให้เป็นทศนิยมสองตำแหน่งหรือตามหน่วยที่โบรกเกอร์กำหนด เศษที่ปัดทิ้งไปไม่กี่สตางค์ต่อครั้ง เมื่อทำหลายครั้งก็รวมเป็นจำนวนที่ไม่น้อย
- เวลาตัดรอบ
- เวลาที่ธนาคารปิดรับรายการโอนของวันนั้น รายการที่ส่งหลังเวลานี้มักถูกเลื่อนไปดำเนินการในวันทำการถัดไป วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ทำให้ล่าช้าออกไปอีก
- บัญชีชื่อเดียวกัน
- การที่ชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้ฝากตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีเทรดและชื่อบัญชีที่ใช้ถอน โบรกเกอร์ใช้ชื่อนี้เป็นหลักในการพิสูจน์ว่าเงินกลับไปหาเจ้าของจริง ถ้าชื่อไม่ตรงกัน รายการถอนมักถูกปฏิเสธ
- สกุลที่ใช้ค้ำประกัน
- สกุลเงินที่โบรกเกอร์ใช้ถือเงินประกันของบัญชีเทรด เงินบาทที่โอนไปจะถูกแปลงเป็นสกุลนี้ตามอัตราที่โบรกเกอร์กำหนด ยอดในบัญชีเทรดจึงอาจไม่เท่ากับยอดที่โอนไป
สิ่งที่ควรจดจำ
- เงินบาทที่โอนไปยังโบรกเกอร์จะถูกแปลงเป็นสกุลที่ใช้ค้ำประกันตามอัตราที่โบรกเกอร์กำหนด ยอดที่เข้าบัญชีเทรดจึงมักน้อยกว่ายอดที่โอนไปเล็กน้อย
- พร้อมเพย์มักเข้าภายในไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที ส่วนการโอนผ่านธนาคารตามปกติมักใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหนึ่งวันทำการ และล่าช้าออกไปในวันหยุด
- การถอนมักต้องย้อนกลับไปยังบัญชีธนาคารชื่อเดียวกันกับที่ใช้ฝาก จึงควรใช้บัญชีชื่อเดียวกันทั้งสองทางและเก็บหลักฐานการโอนไว้ทุกครั้ง
- ค่าธรรมเนียมและส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงควรอ่านเงื่อนไขการชำระเงินก่อนโอนทุกครั้ง