วินัย: กฎที่คุณไม่ละเมิด
ยกตัวอย่าง USD/THB ที่ราคา 36.4500 หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10 ตัวเลขนี้จะทำให้เห็นว่ากฎแต่ละข้อมีต้นทุนเป็นเงินจริงเท่าไร
เมื่ออ่านจบ คุณจะได้เช็กลิสต์ห้าข้อที่ใช้ซ้ำได้ทุกเซสชัน และรู้ว่าข้อไหนช่วยกันเงินก้อนใดไว้
สิ่งที่ต้องเขียนไว้ก่อนเปิดจอ
ก่อนเปิดแพลตฟอร์มใด ๆ ให้เขียนตัวเลขสามตัวลงในกระดาษหรือบันทึกในมือถือ ตัวแรกคือจำนวนเงินที่ยอมให้หายไปในวันนี้ ตัวที่สองคือจุดตัดขาดทุนเป็นจุด ตัวที่สามคือขนาดล็อตที่จะใช้ ทั้งสามตัวต้องเขียนเป็นตัวเลข ไม่ใช่คำว่า น้อย ๆ หรือ พอสมควร เพราะคำกว้าง ๆ ตีความใหม่ได้ทุกครั้งที่ราคาแกว่ง
ยกตัวอย่าง USD/THB ที่ราคา 36.4500 หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10 ถ้าเขียนว่าวันนี้ยอมเสียไม่เกิน ฿60 และใช้จุดตัดขาดทุน 30 จุด ขนาดล็อตที่มากที่สุดคือ 0.20 ล็อต เพราะ 0.20 ล็อต คือ ฿2 ต่อจุด คูณ 30 จุด ได้ ฿60 พอดี ตัวเลขทั้งสามตัวจึงล็อกกันไว้ ไม่สามารถแก้ตัวใดตัวหนึ่งโดยไม่แตะอีกสองตัว
ถ้าตอนเขียนแล้วคำนวณได้ไม่ลงตัว ให้ลดขนาดล็อตลง ไม่ใช่เพิ่มวงเงินที่ยอมเสีย การลดขนาดล็อตทำให้จำนวนจุดที่ทนได้เท่าเดิม แต่จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งเล็กลง วิธีนี้ทำให้กฎยังใช้ได้ในวันที่เงินในบัญชีน้อยกว่าปกติ
ระหว่างเซสชัน: อ่านออกเสียงแล้วรอ
ระหว่างที่ราคาเคลื่อน ให้อ่านกฎทีละข้อออกเสียงก่อนกดคำสั่ง การอ่านออกเสียงทำให้สมองได้ยินตัวเลขอีกครั้ง ต่างจากการอ่านในใจที่มักข้ามตัวเลขไป เพราะตอนนั้นความสนใจอยู่ที่ราคา ถ้าอ่านแล้วพบว่าข้อใดตอบไม่ได้ ให้ปิดจอและหยุดวันนั้น การไม่เทรดไม่ใช่การขาดทุน
ให้จับเวลาว่ารอสัญญาณนานเท่าไรในแต่ละวัน แล้วเขียนตัวเลขนั้นไว้ท้ายบันทึก ตัวเลขนี้ไม่มีผลต่อกำไรขาดทุน แต่ช่วยให้เห็นว่าวันที่ตัดสินใจเร็วผิดปกติมักเป็นวันที่เวลาในการรอสั้นกว่าปกติ เมื่อเห็นรูปแบบนี้ซ้ำหลายวัน จะเริ่มรู้ตัวก่อนกดคำสั่ง
ถ้าราคาแตะจุดตัดขาดทุน ให้ปิดตามที่เขียนไว้แล้วปิดจอทันที ห้ามเปิดออร์เดอร์ใหม่ในเซสชันเดียวกัน เพราะการเปิดใหม่หลังขาดทุนมักใช้เหตุผลว่าต้องเอาคืน ซึ่งไม่ใช่เหตุผลจากกฎ ข้อนี้เป็นข้อที่คนละเมิดมากที่สุด และเป็นข้อที่ทำให้เงินที่เสี่ยงต่อวันโตขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หลังปิดจอ: บันทึกสามบรรทัด
หลังปิดจอ ให้เขียนสามบรรทัด บรรทัดแรกคือทำตามกฎครบหรือไม่ บรรทัดที่สองคือตัวเลขที่เสี่ยงจริงเป็นเงินบาท บรรทัดที่สามคือสิ่งที่ยากที่สุดในวันนี้ ห้ามเขียนความรู้สึกยาว ๆ เพราะสิ่งที่ต้องเปรียบเทียบข้ามวันคือตัวเลขกับข้อที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่ความรู้สึก
ยกตัวอย่างวันที่ใช้ 0.10 ล็อต จุดตัดขาดทุน 20 จุด เงินที่เสี่ยงคือ ฿20 แต่ถ้าระหว่างวันเลื่อนจุดตัดขาดทุนเป็น 30 จุด เงินที่เสี่ยงจริงกลายเป็น ฿30 บรรทัดที่สองจึงต้องเขียน ฿30 ไม่ใช่ ฿20 เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ฿30 ความต่าง ฿10 นี้คือราคาของการละเมิดหนึ่งครั้ง
เมื่อเก็บบันทึกครบหนึ่งสัปดาห์ ให้นับจำนวนวันที่ทำตามกฎครบ ถ้าทำครบน้อยกว่าสี่วันจากห้าวัน ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป แล้วทำแบบเดิม วิธีนี้ทำให้ขนาดความเสี่ยงพอดีกับวินัยจริง ไม่ใช่กับวินัยที่คิดว่ามี
ทำไมกฎเดิมใช้ไม่ได้ตลอดไป
ทุกกฎที่เขียนไว้มีวันหมดอายุ เพราะเงื่อนไขที่ทำให้กฎนั้นสมเหตุสมผลเปลี่ยนไปตามเวลา สเปรดของ USD/THB กว้างขึ้นในบางช่วงของวัน และค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์ก็ไม่เท่ากัน ตัวเลข ฿10 ต่อจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตจึงเป็นค่าอ้างอิงที่ใช้ได้เฉพาะเมื่อไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นแทรก วิธีที่ทำได้คือกำหนดวันทบทวนไว้ล่วงหน้า เช่นทุกสิ้นเดือน แล้วถามเพียงสามข้อ กฎข้อไหนถูกใช้จริง กฎข้อไหนไม่เคยถูกแตะ และกฎข้อไหนทำให้พลาดการเทรดที่ไม่ควรพลาด
การทบทวนไม่ใช่การแก้กฎกลางเซสชัน การแก้ระหว่างที่ราคาแกว่งคือการเลื่อนจุดตัดขาดทุนด้วยชื่ออื่น ถ้าพบว่ากฎไม่เหมาะ ให้จดไว้แล้วรอจนจบวัน ค่อยแก้ตอนที่ไม่มีสถานะเปิดอยู่ การแก้แบบนี้ทำให้ตัวเลขในกฎยังตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าเดิมตั้งไว้เท่าไร และเปลี่ยนเพราะอะไร
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือกฎต้องมีจำนวนครั้งกำกับ ไม่ใช่มีแต่จำนวนเงิน สมมติกำหนดเสี่ยงไม่เกิน ฿50 ต่อวัน และหนึ่งครั้งใช้ ฿20 ตัวเลขนี้เปิดทางให้เทรดได้สองครั้ง แต่ถ้าครั้งแรกจบด้วยการขาดทุนเต็มจำนวน ครั้งที่สองเหลือเพียง ฿30 ซึ่งไม่พอสำหรับการเทรดที่ใช้ ฿20 บวกค่าใช้จ่ายอื่น จึงควรเขียนไว้ชัดว่าเมื่อขาดทุนครบหนึ่งครั้ง ให้หยุดและรอเซสชันถัดไป
สุดท้าย ให้เก็บกฎที่เลิกใช้แล้วไว้ในที่เดิม ไม่ต้องลบ ประวัติของกฎที่เคยใช้บอกได้ว่าการตัดสินใจเปลี่ยนไปทางไหน และช่วยให้เห็นว่าปัญหาที่เคยเกิดซ้ำหรือไม่
ทำไมต้องมีคนอื่นเห็นกฎของคุณ
กฎที่เก็บไว้คนเดียวจะอ่อนลงเงียบ ๆ เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คิด การบอกกฎให้คนหนึ่งคนฟังล่วงหน้าช่วยให้คุณเถียงกับตัวเองยากขึ้น เพราะคุณต้องอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่แค่ให้ตัวเองพอใจ
เลือกคนที่ไม่เทรดสินค้าเดียวกัน หรือไม่เทรดเลยก็ได้ สิ่งที่ต้องการคือคนที่ถามกลับได้ว่า วันนี้ทำตามที่เขียนไว้ครบไหม ไม่ใช่คนที่บอกว่าควรซื้อหรือควรขาย
ตกลงกันเรื่องความถี่ให้ชัด เช่น ส่งข้อความสรุปสั้น ๆ ทุกเย็นวันศุกร์ หนึ่งข้อความมีสามบรรทัดพอ ปีกษ์หนึ่งไม่เกินห้านาที จึงเป็นงานที่ทำต่อเนื่องได้จริง
ถ้าอยากให้มีหลักฐานมากกว่านั้น ให้ถ่ายรูปหน้าจอบันทึกกฎเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับใบยืนยันการโอนของธนาคาร วิธีนี้ทำให้เห็นย้อนหลังได้ว่าเดือนที่ขาดทุน คุณแก้กฎหรือทำตามกฎเดิม
ไม่ต้องให้ใครตรวจทุกวัน และไม่ต้องรายงานกำไรขาดทุนเป็นตัวเลขให้ใครฟัง เอาแค่คำถามว่าวันนี้ทำตามกฎครบหรือไม่ คำตอบสั้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว
ถ้าไม่มีใครว่างฟังเลย ให้ใช้วิธีเดียวกันกับตัวเอง โดยเขียนคำตอบลงบันทึกเสียงสั้น ๆ แล้วเปิดฟังในอีกหนึ่งสัปดาห์ การได้ยินเสียงตัวเองย้อนหลังให้ผลใกล้เคียงกับการมีคนถาม และทำได้คนเดียว
เช็กลิสต์ห้าข้อ ก่อนกดคำสั่งซื้อขาย
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ข้อ 1 ราคาที่จะเข้า | 36.4500 | ราคาอ้างอิงของ USD/THB ที่ใช้ในบทเรียนนี้ |
| ข้อ 2 จุดตัดขาดทุน | 20 จุด | ระยะที่ยอมให้ราคาสวนทาง ก่อนออกจากสถานะ |
| ข้อ 3 ขนาดสถานะ | 0.10 ล็อต | หนึ่งในสิบของหนึ่งสแตนดาร์ดล็อต |
| ข้อ 4 เงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้ง | ฿20 | 20 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด บนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อต แล้วหารสิบ |
| ข้อ 5 เวลาที่จะเลิกวันนี้ | ตามที่เขียนไว้ | กำหนดไว้ก่อนเริ่ม ไม่เลื่อนระหว่างวัน |
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มค่าสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่น ตัวเลขจริงจึงต่างกันได้ และราคาที่ได้จริงอาจไม่ตรงกับราคาที่เขียนไว้
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
ต่อไปนี้คือลำดับที่ทำครั้งเดียวต่อเซสชัน โดยทำตามจากข้อแรกไปข้อสุดท้าย ไม่ข้ามข้อ และไม่สลับลำดับ
- 01
เขียนตัวเลขสามตัว
เขียนวงเงินที่ยอมเสีย จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อต ลงในกระดาษหรือบันทึกในมือถือ คำนวณให้สอดคล้องกันก่อนเปิดจอ ถ้าคำนวณไม่ลงตัวให้ลดขนาดล็อต ไม่ใช่เพิ่มวงเงิน
- 02
อ่านกฎออกเสียง
อ่านกฎทีละข้อออกเสียงให้จบ ถ้าข้อใดตอบไม่ได้ ให้ข้ามวันนั้น ไม่ต้องฝืนเทรด การหยุดหนึ่งวันมีต้นทุนเป็นศูนย์
- 03
กดคำสั่งตามที่เขียน
ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ตัวเลขที่เขียนไว้ตั้งแต่แรก ห้ามเลื่อนออกไประหว่างที่ราคาแกว่ง ถ้าราคาแตะจุดนั้น ให้ปิดตามที่เขียนไว้แล้วปิดจอ
- 04
ปิดจอหลังจบเซสชัน
เมื่อปิดออร์เดอร์แล้ว ให้ปิดจอทันที ห้ามเปิดออร์เดอร์ใหม่ในเซสชันเดียวกัน การเปิดใหม่หลังขาดทุนมักมาจากความต้องการเอาคืน ไม่ใช่จากกฎ
- 05
เขียนบันทึกสามบรรทัด
เขียนว่าทำตามกฎครบหรือไม่ ตัวเลขที่เสี่ยงจริงเป็นบาท และข้อที่ยากที่สุดของวัน เก็บไว้เทียบข้ามวัน
- 06
ทบทวนเมื่อครบสัปดาห์
นับวันที่ทำตามกฎครบทั้งสัปดาห์ ถ้าน้อยกว่าสี่วันจากห้าวัน ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป แล้วทำซ้ำ
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
สิ่งที่คนมักทำคือเขียนกฎไว้ในหัว แล้วพอราคาแกว่งก็เลื่อนจุดตัดขาดทุนออกไป เพราะคิดว่าอีกนิดเดียวจะกลับมา ผลคือเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว วิธีแก้คือเขียนกฎลงกระดาษหรือบันทึกในมือถือก่อนเปิดจอ และอ่านออกเสียงทีละข้อก่อนกดคำสั่ง ถ้าข้อใดยังตอบไม่ได้ ให้ข้ามวันนั้น ไม่ต้องฝืนเทรดตรวจสอบตัวเอง
ถ้าใช้ 0.20 ล็อต และจุดตัดขาดทุน 20 จุด เงินที่เสี่ยงคิดเป็นเท่าไร
หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตคือ ฿10 ดังนั้น 0.20 ล็อต คือ ฿2 ต่อจุด เมื่อคูณ 20 จุด ได้ ฿40
ถ้าเขียนกฎว่าเสี่ยงไม่เกิน ฿50 ต่อวัน แต่เช็กลิสต์ให้ ฿40 ยังเหลืออีกเท่าไร
เหลือ ฿10 ซึ่งไม่พอสำหรับการเทรดครั้งที่สองที่ใช้ ฿40 จึงควรหยุดที่ครั้งเดียว
ถ้าจุดตัดขาดทุนถูกเลื่อนจาก 20 จุด เป็น 30 จุด บน 0.10 ล็อต เงินที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นเท่าไร
0.10 ล็อต คือ ฿1 ต่อจุด เพิ่ม 10 จุด จึงเพิ่มขึ้น ฿10 จาก ฿20 เป็น ฿30
คำถามที่มักตามมา
ถ้าลืมเขียนกฎก่อนเปิดจอ ควรทำอย่างไร
ให้ปิดจอก่อน แล้วเขียนตัวเลขสามตัวลงกระดาษหรือบันทึกในมือถือ ได้แก่ เงินที่ยอมเสียในวันนี้ จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อต ห้ามเดาตัวเลขในหัวระหว่างที่ราคาเคลื่อน เพราะตอนนั้นความสนใจอยู่ที่ราคา ไม่ใช่ที่กฎ ถ้าเขียนไม่ทันในวันนั้น ให้ข้ามวันนั้นไป ไม่ต้องฝืนเทรด การไม่เทรดไม่ใช่การขาดทุน
ถ้าราคาแกว่งแรงจนอ่านกฎไม่ทัน ควรทำอย่างไร
ให้ปิดออร์เดอร์ตามจุดตัดขาดทุนที่เขียนไว้ แล้วปิดจอทันที ห้ามเปิดออร์เดอร์ใหม่ในเซสชันเดียวกัน เพราะเหตุผลที่ตามมาหลังขาดทุนมักเป็นความต้องการเอาคืน ซึ่งไม่ใช่เหตุผลจากกฎ การรอให้ราคานิ่งแล้วค่อยอ่านกฎใหม่ในวันถัดไปปลอดภัยกว่าการตัดสินใจตอนราคาแกว่ง
ตัวเลข ฿10 ต่อจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตใช้กับทุกโบรกเกอร์ได้ไหม
ใช้เป็นค่าอ้างอิงได้ แต่ตัวเลขจริงอาจต่างกัน เพราะโบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มค่าสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่น ราคาที่ได้จริงอาจไม่ตรงกับราคาที่เขียนไว้ในตัวอย่าง ก่อนใช้กฎจริง ควรเปิดตารางสเปกของโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่ แล้วคำนวณค่า ฿ ต่อจุดของตนเองใหม่ ตัวเลขที่คำนวณเองจะใช้ตัดสินใจได้แม่นกว่า
ถ้าทำตามกฎครบทุกวันแล้วยังขาดทุน ควรแก้ตรงไหน
ให้ดูบรรทัดที่สองของบันทึกก่อน คือเงินที่เสี่ยงจริงเป็นบาท ถ้าตัวเลขนี้เท่ากับที่เขียนไว้แปลว่ากฎทำงานแล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่ขนาดล็อตหรือจำนวนครั้งต่อวัน ไม่ใช่ที่วินัย ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป แล้วทำแบบเดิม การลดขนาดล็อตทำให้จำนวนจุดที่ทนได้เท่าเดิม แต่จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งเล็กลง
ต้องรอสัญญาณนานแค่ไหนจึงจะถือว่าปกติ
ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคน ให้จับเวลาของตัวเองในแต่ละวัน แล้วเขียนไว้ท้ายบันทึก ตัวเลขนี้ไม่มีผลต่อกำไรขาดทุน แต่ช่วยให้เห็นว่าวันที่ตัดสินใจเร็วผิดปกติมักเป็นวันที่เวลาในการรอสั้นกว่าปกติ เมื่อเห็นรูปแบบนี้ซ้ำหลายวัน จะเริ่มรู้ตัวก่อนกดคำสั่ง
ถ้าบัญชีเหลือเงินน้อยกว่าปกติ ยังใช้กฎเดิมได้ไหม
ใช้ได้ แต่ต้องลดขนาดล็อตลง ไม่ใช่เพิ่มวงเงินที่ยอมเสีย การลดขนาดล็อตทำให้จำนวนจุดที่ทนได้เท่าเดิม แต่จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งเล็กลง วิธีนี้ทำให้กฎยังใช้ได้ในวันที่เงินในบัญชีน้อยกว่าปกติ และทำให้ตัวเลขสามตัวยังล็อกกันไว้เหมือนเดิม
คำที่ใช้ในหน้านี้
- จุดตัดขาดทุน
- ราคาที่เขียนไว้ล่วงหน้าว่าถ้าถึงระดับนี้จะปิดออร์เดอร์เพื่อจำกัดเงินที่เสีย เป็นตัวเลข ไม่ใช่คำกว้าง ๆ และต้องเขียนก่อนเปิดจอ
- ขนาดล็อต
- จำนวนหน่วยที่ใช้เทรดหนึ่งครั้ง บน USD/THB หนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10 ต่อจุด ขนาดล็อตจึงเป็นตัวกำหนดว่าเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งคิดเป็นกี่บาท
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย เป็นต้นทุนที่เกิดทุกครั้งที่เข้าและออกออร์เดอร์ โบรกเกอร์แต่ละรายตั้งไม่เท่ากัน จึงทำให้ตัวเลขจริงต่างจากตัวอย่างได้
- เซสชัน
- ช่วงเวลาหนึ่งที่เปิดจอและเทรด ตั้งแต่ก่อนกดคำสั่งแรกจนถึงตอนปิดจอ กิจวัตรทั้งสามช่วงคือก่อน ระหว่าง และหลังเซสชัน
- วินัย
- การทำตามกฎที่เขียนไว้ทุกข้อ แม้วันนั้นราคาจะแกว่งจนรู้สึกว่าควรแก้กฎ วัดได้จากการนับวันที่ทำตามกฎครบ ไม่ใช่จากความรู้สึก
- เงินที่เสี่ยงจริง
- จำนวนเงินเป็นบาทที่เสียจริงในวันนั้น คำนวณจากขนาดล็อตคูณจำนวนจุดที่ถูกตัดขาดทุน ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ต้องเขียนในบรรทัดที่สองของบันทึก
สิ่งที่ควรจดจำ
- เขียนตัวเลขสามตัวก่อนเปิดจอ ได้แก่ เงินที่ยอมเสีย จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อต ทั้งสามตัวล็อกกันไว้ แก้ตัวใดตัวหนึ่งต้องแตะอีกสองตัว
- ระหว่างเซสชันให้อ่านกฎออกเสียงทีละข้อก่อนกดคำสั่ง ถ้าข้อใดตอบไม่ได้ ให้ปิดจอและหยุดวันนั้น
- หลังปิดจอเขียนสามบรรทัด โดยบรรทัดที่สองต้องเป็นเงินที่เสี่ยงจริงเป็นบาท ไม่ใช่ความรู้สึก
- นับวันที่ทำตามกฎครบในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าน้อยกว่าสี่วันจากห้าวัน ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป