ข้ามไปยังเนื้อหา

วินัย: กฎที่คุณไม่ละเมิด

ความเสี่ยงและจิตใจ: บัญชีอยู่รอดได้อย่างไรอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีบทเรียนนี้ว่าด้วยกิจวัตรสั้นๆ ที่เขียนไว้ล่วงหน้า ก่อน ระหว่าง และหลังการเทรด ทุกวันทำเหมือนกันหมด เพื่อให้การตัดสินใจไม่ขึ้นกับอารมณ์ของวันนั้น

ยกตัวอย่าง USD/THB ที่ราคา 36.4500 หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10 ตัวเลขนี้จะทำให้เห็นว่ากฎแต่ละข้อมีต้นทุนเป็นเงินจริงเท่าไร

เมื่ออ่านจบ คุณจะได้เช็กลิสต์ห้าข้อที่ใช้ซ้ำได้ทุกเซสชัน และรู้ว่าข้อไหนช่วยกันเงินก้อนใดไว้

ก่อนระหว่างหลัง5 · 5 · 5
แผนภาพนี้เป็นเพียงภาพร่าง แสดงลำดับกิจวัตรสามช่วง คือก่อน ระหว่าง และหลังเซสชัน โดยมีเช็กลิสต์ห้าข้ออยู่ช่วงต้น

สิ่งที่ต้องเขียนไว้ก่อนเปิดจอ

ก่อนเปิดแพลตฟอร์มใด ๆ ให้เขียนตัวเลขสามตัวลงในกระดาษหรือบันทึกในมือถือ ตัวแรกคือจำนวนเงินที่ยอมให้หายไปในวันนี้ ตัวที่สองคือจุดตัดขาดทุนเป็นจุด ตัวที่สามคือขนาดล็อตที่จะใช้ ทั้งสามตัวต้องเขียนเป็นตัวเลข ไม่ใช่คำว่า น้อย ๆ หรือ พอสมควร เพราะคำกว้าง ๆ ตีความใหม่ได้ทุกครั้งที่ราคาแกว่ง

ยกตัวอย่าง USD/THB ที่ราคา 36.4500 หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10 ถ้าเขียนว่าวันนี้ยอมเสียไม่เกิน ฿60 และใช้จุดตัดขาดทุน 30 จุด ขนาดล็อตที่มากที่สุดคือ 0.20 ล็อต เพราะ 0.20 ล็อต คือ ฿2 ต่อจุด คูณ 30 จุด ได้ ฿60 พอดี ตัวเลขทั้งสามตัวจึงล็อกกันไว้ ไม่สามารถแก้ตัวใดตัวหนึ่งโดยไม่แตะอีกสองตัว

ถ้าตอนเขียนแล้วคำนวณได้ไม่ลงตัว ให้ลดขนาดล็อตลง ไม่ใช่เพิ่มวงเงินที่ยอมเสีย การลดขนาดล็อตทำให้จำนวนจุดที่ทนได้เท่าเดิม แต่จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งเล็กลง วิธีนี้ทำให้กฎยังใช้ได้ในวันที่เงินในบัญชีน้อยกว่าปกติ

ระหว่างเซสชัน: อ่านออกเสียงแล้วรอ

ระหว่างที่ราคาเคลื่อน ให้อ่านกฎทีละข้อออกเสียงก่อนกดคำสั่ง การอ่านออกเสียงทำให้สมองได้ยินตัวเลขอีกครั้ง ต่างจากการอ่านในใจที่มักข้ามตัวเลขไป เพราะตอนนั้นความสนใจอยู่ที่ราคา ถ้าอ่านแล้วพบว่าข้อใดตอบไม่ได้ ให้ปิดจอและหยุดวันนั้น การไม่เทรดไม่ใช่การขาดทุน

ให้จับเวลาว่ารอสัญญาณนานเท่าไรในแต่ละวัน แล้วเขียนตัวเลขนั้นไว้ท้ายบันทึก ตัวเลขนี้ไม่มีผลต่อกำไรขาดทุน แต่ช่วยให้เห็นว่าวันที่ตัดสินใจเร็วผิดปกติมักเป็นวันที่เวลาในการรอสั้นกว่าปกติ เมื่อเห็นรูปแบบนี้ซ้ำหลายวัน จะเริ่มรู้ตัวก่อนกดคำสั่ง

ถ้าราคาแตะจุดตัดขาดทุน ให้ปิดตามที่เขียนไว้แล้วปิดจอทันที ห้ามเปิดออร์เดอร์ใหม่ในเซสชันเดียวกัน เพราะการเปิดใหม่หลังขาดทุนมักใช้เหตุผลว่าต้องเอาคืน ซึ่งไม่ใช่เหตุผลจากกฎ ข้อนี้เป็นข้อที่คนละเมิดมากที่สุด และเป็นข้อที่ทำให้เงินที่เสี่ยงต่อวันโตขึ้นโดยไม่รู้ตัว

หลังปิดจอ: บันทึกสามบรรทัด

หลังปิดจอ ให้เขียนสามบรรทัด บรรทัดแรกคือทำตามกฎครบหรือไม่ บรรทัดที่สองคือตัวเลขที่เสี่ยงจริงเป็นเงินบาท บรรทัดที่สามคือสิ่งที่ยากที่สุดในวันนี้ ห้ามเขียนความรู้สึกยาว ๆ เพราะสิ่งที่ต้องเปรียบเทียบข้ามวันคือตัวเลขกับข้อที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่ความรู้สึก

ยกตัวอย่างวันที่ใช้ 0.10 ล็อต จุดตัดขาดทุน 20 จุด เงินที่เสี่ยงคือ ฿20 แต่ถ้าระหว่างวันเลื่อนจุดตัดขาดทุนเป็น 30 จุด เงินที่เสี่ยงจริงกลายเป็น ฿30 บรรทัดที่สองจึงต้องเขียน ฿30 ไม่ใช่ ฿20 เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ฿30 ความต่าง ฿10 นี้คือราคาของการละเมิดหนึ่งครั้ง

เมื่อเก็บบันทึกครบหนึ่งสัปดาห์ ให้นับจำนวนวันที่ทำตามกฎครบ ถ้าทำครบน้อยกว่าสี่วันจากห้าวัน ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป แล้วทำแบบเดิม วิธีนี้ทำให้ขนาดความเสี่ยงพอดีกับวินัยจริง ไม่ใช่กับวินัยที่คิดว่ามี

ทำไมกฎเดิมใช้ไม่ได้ตลอดไป

ทุกกฎที่เขียนไว้มีวันหมดอายุ เพราะเงื่อนไขที่ทำให้กฎนั้นสมเหตุสมผลเปลี่ยนไปตามเวลา สเปรดของ USD/THB กว้างขึ้นในบางช่วงของวัน และค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์ก็ไม่เท่ากัน ตัวเลข ฿10 ต่อจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตจึงเป็นค่าอ้างอิงที่ใช้ได้เฉพาะเมื่อไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นแทรก วิธีที่ทำได้คือกำหนดวันทบทวนไว้ล่วงหน้า เช่นทุกสิ้นเดือน แล้วถามเพียงสามข้อ กฎข้อไหนถูกใช้จริง กฎข้อไหนไม่เคยถูกแตะ และกฎข้อไหนทำให้พลาดการเทรดที่ไม่ควรพลาด

การทบทวนไม่ใช่การแก้กฎกลางเซสชัน การแก้ระหว่างที่ราคาแกว่งคือการเลื่อนจุดตัดขาดทุนด้วยชื่ออื่น ถ้าพบว่ากฎไม่เหมาะ ให้จดไว้แล้วรอจนจบวัน ค่อยแก้ตอนที่ไม่มีสถานะเปิดอยู่ การแก้แบบนี้ทำให้ตัวเลขในกฎยังตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าเดิมตั้งไว้เท่าไร และเปลี่ยนเพราะอะไร

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือกฎต้องมีจำนวนครั้งกำกับ ไม่ใช่มีแต่จำนวนเงิน สมมติกำหนดเสี่ยงไม่เกิน ฿50 ต่อวัน และหนึ่งครั้งใช้ ฿20 ตัวเลขนี้เปิดทางให้เทรดได้สองครั้ง แต่ถ้าครั้งแรกจบด้วยการขาดทุนเต็มจำนวน ครั้งที่สองเหลือเพียง ฿30 ซึ่งไม่พอสำหรับการเทรดที่ใช้ ฿20 บวกค่าใช้จ่ายอื่น จึงควรเขียนไว้ชัดว่าเมื่อขาดทุนครบหนึ่งครั้ง ให้หยุดและรอเซสชันถัดไป

สุดท้าย ให้เก็บกฎที่เลิกใช้แล้วไว้ในที่เดิม ไม่ต้องลบ ประวัติของกฎที่เคยใช้บอกได้ว่าการตัดสินใจเปลี่ยนไปทางไหน และช่วยให้เห็นว่าปัญหาที่เคยเกิดซ้ำหรือไม่

ทำไมต้องมีคนอื่นเห็นกฎของคุณ

กฎที่เก็บไว้คนเดียวจะอ่อนลงเงียบ ๆ เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คิด การบอกกฎให้คนหนึ่งคนฟังล่วงหน้าช่วยให้คุณเถียงกับตัวเองยากขึ้น เพราะคุณต้องอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่แค่ให้ตัวเองพอใจ

เลือกคนที่ไม่เทรดสินค้าเดียวกัน หรือไม่เทรดเลยก็ได้ สิ่งที่ต้องการคือคนที่ถามกลับได้ว่า วันนี้ทำตามที่เขียนไว้ครบไหม ไม่ใช่คนที่บอกว่าควรซื้อหรือควรขาย

ตกลงกันเรื่องความถี่ให้ชัด เช่น ส่งข้อความสรุปสั้น ๆ ทุกเย็นวันศุกร์ หนึ่งข้อความมีสามบรรทัดพอ ปีกษ์หนึ่งไม่เกินห้านาที จึงเป็นงานที่ทำต่อเนื่องได้จริง

ถ้าอยากให้มีหลักฐานมากกว่านั้น ให้ถ่ายรูปหน้าจอบันทึกกฎเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับใบยืนยันการโอนของธนาคาร วิธีนี้ทำให้เห็นย้อนหลังได้ว่าเดือนที่ขาดทุน คุณแก้กฎหรือทำตามกฎเดิม

ไม่ต้องให้ใครตรวจทุกวัน และไม่ต้องรายงานกำไรขาดทุนเป็นตัวเลขให้ใครฟัง เอาแค่คำถามว่าวันนี้ทำตามกฎครบหรือไม่ คำตอบสั้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว

ถ้าไม่มีใครว่างฟังเลย ให้ใช้วิธีเดียวกันกับตัวเอง โดยเขียนคำตอบลงบันทึกเสียงสั้น ๆ แล้วเปิดฟังในอีกหนึ่งสัปดาห์ การได้ยินเสียงตัวเองย้อนหลังให้ผลใกล้เคียงกับการมีคนถาม และทำได้คนเดียว

เช็กลิสต์ห้าข้อ ก่อนกดคำสั่งซื้อขาย

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
ข้อ 1 ราคาที่จะเข้า36.4500ราคาอ้างอิงของ USD/THB ที่ใช้ในบทเรียนนี้
ข้อ 2 จุดตัดขาดทุน20 จุดระยะที่ยอมให้ราคาสวนทาง ก่อนออกจากสถานะ
ข้อ 3 ขนาดสถานะ0.10 ล็อตหนึ่งในสิบของหนึ่งสแตนดาร์ดล็อต
ข้อ 4 เงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้ง฿2020 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด บนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อต แล้วหารสิบ
ข้อ 5 เวลาที่จะเลิกวันนี้ตามที่เขียนไว้กำหนดไว้ก่อนเริ่ม ไม่เลื่อนระหว่างวัน

โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มค่าสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่น ตัวเลขจริงจึงต่างกันได้ และราคาที่ได้จริงอาจไม่ตรงกับราคาที่เขียนไว้

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

ต่อไปนี้คือลำดับที่ทำครั้งเดียวต่อเซสชัน โดยทำตามจากข้อแรกไปข้อสุดท้าย ไม่ข้ามข้อ และไม่สลับลำดับ

  1. 01

    เขียนตัวเลขสามตัว

    เขียนวงเงินที่ยอมเสีย จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อต ลงในกระดาษหรือบันทึกในมือถือ คำนวณให้สอดคล้องกันก่อนเปิดจอ ถ้าคำนวณไม่ลงตัวให้ลดขนาดล็อต ไม่ใช่เพิ่มวงเงิน

  2. 02

    อ่านกฎออกเสียง

    อ่านกฎทีละข้อออกเสียงให้จบ ถ้าข้อใดตอบไม่ได้ ให้ข้ามวันนั้น ไม่ต้องฝืนเทรด การหยุดหนึ่งวันมีต้นทุนเป็นศูนย์

  3. 03

    กดคำสั่งตามที่เขียน

    ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ตัวเลขที่เขียนไว้ตั้งแต่แรก ห้ามเลื่อนออกไประหว่างที่ราคาแกว่ง ถ้าราคาแตะจุดนั้น ให้ปิดตามที่เขียนไว้แล้วปิดจอ

  4. 04

    ปิดจอหลังจบเซสชัน

    เมื่อปิดออร์เดอร์แล้ว ให้ปิดจอทันที ห้ามเปิดออร์เดอร์ใหม่ในเซสชันเดียวกัน การเปิดใหม่หลังขาดทุนมักมาจากความต้องการเอาคืน ไม่ใช่จากกฎ

  5. 05

    เขียนบันทึกสามบรรทัด

    เขียนว่าทำตามกฎครบหรือไม่ ตัวเลขที่เสี่ยงจริงเป็นบาท และข้อที่ยากที่สุดของวัน เก็บไว้เทียบข้ามวัน

  6. 06

    ทบทวนเมื่อครบสัปดาห์

    นับวันที่ทำตามกฎครบทั้งสัปดาห์ ถ้าน้อยกว่าสี่วันจากห้าวัน ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป แล้วทำซ้ำ

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

สิ่งที่คนมักทำคือเขียนกฎไว้ในหัว แล้วพอราคาแกว่งก็เลื่อนจุดตัดขาดทุนออกไป เพราะคิดว่าอีกนิดเดียวจะกลับมา ผลคือเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว วิธีแก้คือเขียนกฎลงกระดาษหรือบันทึกในมือถือก่อนเปิดจอ และอ่านออกเสียงทีละข้อก่อนกดคำสั่ง ถ้าข้อใดยังตอบไม่ได้ ให้ข้ามวันนั้น ไม่ต้องฝืนเทรด

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้าใช้ 0.20 ล็อต และจุดตัดขาดทุน 20 จุด เงินที่เสี่ยงคิดเป็นเท่าไร

หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตคือ ฿10 ดังนั้น 0.20 ล็อต คือ ฿2 ต่อจุด เมื่อคูณ 20 จุด ได้ ฿40

ถ้าเขียนกฎว่าเสี่ยงไม่เกิน ฿50 ต่อวัน แต่เช็กลิสต์ให้ ฿40 ยังเหลืออีกเท่าไร

เหลือ ฿10 ซึ่งไม่พอสำหรับการเทรดครั้งที่สองที่ใช้ ฿40 จึงควรหยุดที่ครั้งเดียว

ถ้าจุดตัดขาดทุนถูกเลื่อนจาก 20 จุด เป็น 30 จุด บน 0.10 ล็อต เงินที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นเท่าไร

0.10 ล็อต คือ ฿1 ต่อจุด เพิ่ม 10 จุด จึงเพิ่มขึ้น ฿10 จาก ฿20 เป็น ฿30

คำถามที่มักตามมา

ถ้าลืมเขียนกฎก่อนเปิดจอ ควรทำอย่างไร

ให้ปิดจอก่อน แล้วเขียนตัวเลขสามตัวลงกระดาษหรือบันทึกในมือถือ ได้แก่ เงินที่ยอมเสียในวันนี้ จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อต ห้ามเดาตัวเลขในหัวระหว่างที่ราคาเคลื่อน เพราะตอนนั้นความสนใจอยู่ที่ราคา ไม่ใช่ที่กฎ ถ้าเขียนไม่ทันในวันนั้น ให้ข้ามวันนั้นไป ไม่ต้องฝืนเทรด การไม่เทรดไม่ใช่การขาดทุน

ถ้าราคาแกว่งแรงจนอ่านกฎไม่ทัน ควรทำอย่างไร

ให้ปิดออร์เดอร์ตามจุดตัดขาดทุนที่เขียนไว้ แล้วปิดจอทันที ห้ามเปิดออร์เดอร์ใหม่ในเซสชันเดียวกัน เพราะเหตุผลที่ตามมาหลังขาดทุนมักเป็นความต้องการเอาคืน ซึ่งไม่ใช่เหตุผลจากกฎ การรอให้ราคานิ่งแล้วค่อยอ่านกฎใหม่ในวันถัดไปปลอดภัยกว่าการตัดสินใจตอนราคาแกว่ง

ตัวเลข ฿10 ต่อจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตใช้กับทุกโบรกเกอร์ได้ไหม

ใช้เป็นค่าอ้างอิงได้ แต่ตัวเลขจริงอาจต่างกัน เพราะโบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มค่าสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่น ราคาที่ได้จริงอาจไม่ตรงกับราคาที่เขียนไว้ในตัวอย่าง ก่อนใช้กฎจริง ควรเปิดตารางสเปกของโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่ แล้วคำนวณค่า ฿ ต่อจุดของตนเองใหม่ ตัวเลขที่คำนวณเองจะใช้ตัดสินใจได้แม่นกว่า

ถ้าทำตามกฎครบทุกวันแล้วยังขาดทุน ควรแก้ตรงไหน

ให้ดูบรรทัดที่สองของบันทึกก่อน คือเงินที่เสี่ยงจริงเป็นบาท ถ้าตัวเลขนี้เท่ากับที่เขียนไว้แปลว่ากฎทำงานแล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่ขนาดล็อตหรือจำนวนครั้งต่อวัน ไม่ใช่ที่วินัย ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป แล้วทำแบบเดิม การลดขนาดล็อตทำให้จำนวนจุดที่ทนได้เท่าเดิม แต่จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งเล็กลง

ต้องรอสัญญาณนานแค่ไหนจึงจะถือว่าปกติ

ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคน ให้จับเวลาของตัวเองในแต่ละวัน แล้วเขียนไว้ท้ายบันทึก ตัวเลขนี้ไม่มีผลต่อกำไรขาดทุน แต่ช่วยให้เห็นว่าวันที่ตัดสินใจเร็วผิดปกติมักเป็นวันที่เวลาในการรอสั้นกว่าปกติ เมื่อเห็นรูปแบบนี้ซ้ำหลายวัน จะเริ่มรู้ตัวก่อนกดคำสั่ง

ถ้าบัญชีเหลือเงินน้อยกว่าปกติ ยังใช้กฎเดิมได้ไหม

ใช้ได้ แต่ต้องลดขนาดล็อตลง ไม่ใช่เพิ่มวงเงินที่ยอมเสีย การลดขนาดล็อตทำให้จำนวนจุดที่ทนได้เท่าเดิม แต่จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งเล็กลง วิธีนี้ทำให้กฎยังใช้ได้ในวันที่เงินในบัญชีน้อยกว่าปกติ และทำให้ตัวเลขสามตัวยังล็อกกันไว้เหมือนเดิม

คำที่ใช้ในหน้านี้

จุดตัดขาดทุน
ราคาที่เขียนไว้ล่วงหน้าว่าถ้าถึงระดับนี้จะปิดออร์เดอร์เพื่อจำกัดเงินที่เสีย เป็นตัวเลข ไม่ใช่คำกว้าง ๆ และต้องเขียนก่อนเปิดจอ
ขนาดล็อต
จำนวนหน่วยที่ใช้เทรดหนึ่งครั้ง บน USD/THB หนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10 ต่อจุด ขนาดล็อตจึงเป็นตัวกำหนดว่าเงินที่เสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้งคิดเป็นกี่บาท
สเปรด
ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย เป็นต้นทุนที่เกิดทุกครั้งที่เข้าและออกออร์เดอร์ โบรกเกอร์แต่ละรายตั้งไม่เท่ากัน จึงทำให้ตัวเลขจริงต่างจากตัวอย่างได้
เซสชัน
ช่วงเวลาหนึ่งที่เปิดจอและเทรด ตั้งแต่ก่อนกดคำสั่งแรกจนถึงตอนปิดจอ กิจวัตรทั้งสามช่วงคือก่อน ระหว่าง และหลังเซสชัน
วินัย
การทำตามกฎที่เขียนไว้ทุกข้อ แม้วันนั้นราคาจะแกว่งจนรู้สึกว่าควรแก้กฎ วัดได้จากการนับวันที่ทำตามกฎครบ ไม่ใช่จากความรู้สึก
เงินที่เสี่ยงจริง
จำนวนเงินเป็นบาทที่เสียจริงในวันนั้น คำนวณจากขนาดล็อตคูณจำนวนจุดที่ถูกตัดขาดทุน ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ต้องเขียนในบรรทัดที่สองของบันทึก

สิ่งที่ควรจดจำ

  • เขียนตัวเลขสามตัวก่อนเปิดจอ ได้แก่ เงินที่ยอมเสีย จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อต ทั้งสามตัวล็อกกันไว้ แก้ตัวใดตัวหนึ่งต้องแตะอีกสองตัว
  • ระหว่างเซสชันให้อ่านกฎออกเสียงทีละข้อก่อนกดคำสั่ง ถ้าข้อใดตอบไม่ได้ ให้ปิดจอและหยุดวันนั้น
  • หลังปิดจอเขียนสามบรรทัด โดยบรรทัดที่สองต้องเป็นเงินที่เสี่ยงจริงเป็นบาท ไม่ใช่ความรู้สึก
  • นับวันที่ทำตามกฎครบในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าน้อยกว่าสี่วันจากห้าวัน ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในสัปดาห์ถัดไป
ถัดไปใน ความเสี่ยงและจิตใจ: บัญชีอยู่รอดได้อย่างไรสัญญาณ หุ่นยนต์ และการคัดลอกการเทรด
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ