ข้ามไปยังเนื้อหา

ระดับฟีโบนัชชี

อ่านตลาด: แผนภูมิ เครื่องมือ และสินค้าอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีบทเรียนนี้สอนให้คุณอ่านระดับฟีโบนัชชี ซึ่งเป็นเครื่องมือที่แบ่งการเคลื่อนไหวของราคาออกเป็นสัดส่วนคงที่ เช่น 38.2%, 50% และ 61.8% ของช่วงที่ราคาเคลื่อนไปแล้ว สิ่งที่ระดับเหล่านี้ทำเครื่องหมายจริงไม่ใช่เส้นเวทมนตร์ แต่คือบริเวณที่เทรดเดอร์จำนวนมากลากเส้นเดียวกัน จึงมักมีคำสั่งซื้อขายกระจุกตัวอยู่แถวนั้น ในตัวอย่างนี้คุณจะเห็นว่าเมื่อ USD/THB เคลื่อนจาก 36.2000 ไป 36.4500 ระดับเหล่านี้ตกที่ราคาเท่าไร และหนึ่งจุดบนมาตรฐานนี้คิดเป็นเงินกี่บาท
23.638.250.061.8ต่ำสูงUSD/THB · ระดับ
แผนภาพแสดงกรอบสี่เหลี่ยมสมมติของราคา USD/THB ที่วิ่งจาก 36.2000 ขึ้นไป 36.4500 แล้วมีเส้นแนวนอนสามเส้นลากผ่านที่ระดับ 38.2%, 50% และ 61.8% ของช่วงนั้น (ภาพเป็นเพียงแผนผัง ไม่ใช่กราฟจริง)

ระดับฟีโบนัชชีคำนวณจากอะไร

ระดับฟีโบนัชชีทุกเส้นเริ่มจากสองราคาเท่านั้น คือราคาต่ำสุดและราคาสูงสุดของช่วงที่เลือก ผลต่างของสองราคานี้เรียกว่าช่วง และทุกสัดส่วนจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของช่วงนั้น ตัวอย่างเช่น USD/THB เคลื่อนจาก 36.2000 ไป 36.4500 ผลต่างคือ 0.2500 หรือ 2,500 จุด ตัวเลข 2,500 จุดนี้คือฐานที่ใช้หารทุกระดับ

สัดส่วนที่ใช้บ่อยมี 38.2%, 50% และ 61.8% แต่ละตัวคูณกับช่วงแล้วนำไปลบจากราคาสูงสุดเมื่อราคาวิ่งขึ้น หรือบวกเข้ากับราคาต่ำสุดเมื่อราคาวิ่งลง ระดับ 38.2% ของช่วง 2,500 จุดคือ 0.2500 คูณ 0.382 ได้ 0.0955 แล้ว 36.4500 ลบ 0.0955 เท่ากับ 36.3545 ระดับ 50% คือ 0.1250 ดังนั้น 36.4500 ลบ 0.1250 เท่ากับ 36.3250 ระดับ 61.8% คือ 0.1545 ดังนั้น 36.4500 ลบ 0.1545 เท่ากับ 36.2955

ถ้าคุณลากเส้นจากราคาต่ำสุดขึ้นไปหาราคาสูงสุด ลำดับของระดับจะกลับด้าน แต่ตัวเลขสุดท้ายออกมาเท่ากัน สังเกตว่าทั้งสามระดับอยู่ระหว่าง 36.2955 กับ 36.3545 ซึ่งแคบกว่าช่วงเต็ม 2,500 จุดมาก นี่คือเหตุผลที่ราคามักแกว่งในกรอบแคบตรงบริเวณนี้ ไม่ใช่เพราะเส้นมีพลัง แต่เพราะจุดอ้างอิงเดียวกันถูกใช้ซ้ำโดยคนจำนวนมาก

หนึ่งจุดบน USD/THB คิดเป็นเงินบาทอย่างไร

ขนาดจุดบน USD/THB คือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ ดังนั้นการเคลื่อนจาก 36.3250 ไป 36.3251 คือหนึ่งจุด หนึ่งมาตรฐานล็อตบนคู่นี้คิดเป็น ฿10 ต่อจุด ตัวเลขนี้มาจากขนาดสัญญา ไม่ได้มาจากราคาที่คุณเห็นบนจอ โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนดขนาดสัญญาและอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงค่าไว้ต่างกัน จึงต้องตรวจสอบจากเอกสารของโบรกเกอร์นั้น

ถ้าถือ 0.10 ล็อต มูลค่าต่อจุดคือ ฿1 ถ้าถือ 0.01 ล็อต มูลค่าต่อจุดคือ ฿0.10 ช่วง 2,500 จุดที่ยกมาข้างต้น เมื่อคิดที่ 0.10 ล็อตจะเท่ากับ 2,500 คูณ ฿1 เป็น ฿2,500 ตัวเลขนี้คือมูลค่าการเคลื่อนไหวทั้งช่วง ไม่ใช่กำไรที่คุณจะได้รับ เพราะยังต้องหักค่าสเปรดและค่าคอมมิชชัน

ค่าสเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย และถูกหักทันทีที่เปิดสถานะ ค่าคอมมิชชันบางโบรกเกอร์คิดแยก บางโบรกเกอร์รวมไว้ในสเปรดแล้ว อัตราทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกที่ วิธีที่ตรงที่สุดคือเปิดตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์คุณแล้วคำนวณซ้ำด้วยตัวเลขจริง

ระดับเหล่านี้บอกอะไรและไม่บอกอะไร

ระดับฟีโบนัชชีเป็นเพียงบริเวณที่คนจำนวนมากจับตา มันไม่ได้หยุดราคา และไม่ได้บอกทิศทางล่วงหน้า เมื่อราคาเข้าใกล้ระดับหนึ่ง สิ่งที่ต้องดูคือปฏิกิริยาจริงบนกราฟ เช่นแท่งเทียนยาวผิดปกติ หรือปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นชัดเจน ถ้าไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ระดับนั้นก็เป็นเพียงตัวเลขหนึ่งบนจอ

การเลือกช่วงเป็นจุดที่คนพลาดมากที่สุด การลากจากจุดสูงสุดและต่ำสุดที่ตัวเองชอบทำให้ได้ระดับที่ต่างกันในแต่ละครั้ง วิธีที่ตรวจสอบได้คือเลือกช่วงที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจน เห็นได้ทั้งบนกราฟรายวันและรายชั่วโมง แล้วใช้ช่วงเดียวกันตลอดการวิเคราะห์ครั้งนั้น

ระดับที่คำนวณได้จะเปลี่ยนทันทีเมื่อมีแท่งเทียนใหม่ที่ทำราคาสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ นี่เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องมือ ราคาที่คุณซื้อขายจริงก็อาจต่างจากราคาในตัวอย่าง เพราะโบรกเกอร์แต่ละรายปัดทศนิยมไม่เท่ากัน ดังนั้นทุกตัวเลขที่คำนวณได้ควรถือเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ราคาที่รับประกัน

ทำไมคนถึงใช้ระดับเดียวกันทั้งที่เลือกช่วงไม่เหมือนกัน

ระดับฟีโบนัชชีไม่ได้ผูกกับช่วงใดช่วงหนึ่งโดยเฉพาะ มันเป็นเพียงการหารช่วงที่เลือกไว้ด้วยสัดส่วนคงที่ เมื่อเทรดเดอร์หลายคนเลือกจุดเริ่มและจุดจบใกล้เคียงกัน ผลลัพธ์จึงออกมาใกล้เคียงกันด้วย จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ชัดเจนบนกราฟเป็นบริเวณที่คนส่วนใหญ่ใช้ตัดสินใจ จึงถูกเลือกเป็นจุดอ้างอิงบ่อยกว่าจุดอื่น

เมื่อราคาเคลื่อนจาก 36.2000 ไป 36.4500 ช่วงคือ 0.2500 หรือ 2,500 จุด ระดับ 38.2% คิดจาก 2,500 x 0.382 = 955 จุด ลบจากราคาสูงสุด 36.4500 - 0.0955 = 36.3545 ระดับ 50% คือ 2,500 x 0.5 = 1,250 จุด ได้ 36.4500 - 0.1250 = 36.3250 และระดับ 61.8% คือ 2,500 x 0.618 = 1,545 จุด ได้ 36.4500 - 0.1545 = 36.2955

ตัวเลขทั้งสามนี้อยู่ห่างกันเพียง 59 จุด จาก 36.2955 ถึง 36.3545 ถ้าถือ 0.10 ล็อตบน USD/THB หนึ่งจุดคือ ฿1 ช่วงห่างนี้จึงคิดเป็น ฿59 ต่อ 0.10 ล็อต ถ้าถือ 1.00 ล็อต หนึ่งจุดคือ ฿10 ช่วงเดียวกันคิดเป็น ฿590

ความหนาแน่นของระดับทำให้บริเวณนี้มีคำสั่งซื้อขายกระจุกตัวมากกว่าบริเวณอื่นบนกราฟ แต่ความหนาแน่นไม่ได้รับประกันว่าราคาจะหยุดตรงนั้น ราคาอาจผ่านไปเลยหรือแกว่งอยู่หลายวัน สิ่งที่สังเกตได้คือการตอบสนอง เช่น แท่งเทียนยาวหรือปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

ถ้าราคาไม่ตอบสนองต่อระดับใดเลย การฝืนรอที่ระดับนั้นไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่ม การเลื่อนไปดูช่วงการเคลื่อนไหวอื่นที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจนกว่าจะให้ภาพที่อ่านง่ายกว่า จำนวนระดับที่ใช้ก็มีผล บางคนลากหลายระดับจนเต็มจอ ซึ่งทำให้เห็นเส้นเต็มไปหมดแต่แยกไม่ออกว่าระดับใดสำคัญ

คำนวณ 3 ระดับจากช่วง 2,500 จุด

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
ช่วงการเคลื่อนไหว36.4500 - 36.2000 = 0.2500ผลต่างระหว่างราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุดของช่วงที่เลือก
หนึ่งจุด (USD/THB)0.0001ทศนิยมตำแหน่งที่สี่ของราคาคู่เงินนี้
ความยาวช่วงเป็นจุด2,500 จุด0.2500 หาร 0.0001
ระดับ 38.2%36.4500 - (0.2500 x 0.382) = 36.3545ลบ 38.2% ของช่วงออกจากราคาสูงสุด
ระดับ 50%36.4500 - (0.2500 x 0.500) = 36.3250ลบครึ่งหนึ่งของช่วงออกจากราคาสูงสุด
ระดับ 61.8%36.4500 - (0.2500 x 0.618) = 36.2955ลบ 61.8% ของช่วงออกจากราคาสูงสุด
มูลค่าต่อหนึ่งจุด฿10 ต่อหนึ่งมาตรฐานล็อต100,000 x 0.0001 = ฿10 สำหรับ USD/THB
มูลค่าช่วงทั้งหมด2,500 x ฿10 = ฿25,000ถ้าถือหนึ่งมาตรฐานล็อตตลอดช่วง

โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยมของราคาไม่เท่ากัน คิดค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชันเพิ่ม และราคาที่คุณซื้อขายจริงอาจต่างจากราคาที่ใช้คำนวณในตัวอย่างนี้

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

ทำตามลำดับนี้หนึ่งครั้งกับกราฟ USD/THB ของคุณเอง โดยใช้ตัวเลขจากกราฟจริง ไม่ใช่จากตัวอย่างในบทนี้

  1. 01

    เลือกช่วงการเคลื่อนไหว

    หาจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดที่เห็นชัดบนกราฟ บันทึกราคาทั้งสองลงกระดาษ ตรวจว่าจุดทั้งสองอยู่ห่างกันพอสมควร ไม่ใช่แกว่งแคบในไม่กี่แท่ง

  2. 02

    คำนวณผลต่างของช่วง

    ลบราคาต่ำสุดออกจากราคาสูงสุด เช่น 36.4500 ลบ 36.2000 ได้ 0.2500 แปลงเป็นจุดโดยคูณด้วย 10,000 ได้ 2,500 จุด ตัวเลขนี้จะใช้กับทุกระดับ

  3. 03

    คูณด้วยสัดส่วนทั้งสาม

    คูณ 2,500 จุดด้วย 0.382, 0.500 และ 0.618 จะได้ 955 จุด, 1,250 จุด และ 1,545 จุด ตามลำดับ อย่าปัดตัวเลขระหว่างทาง

  4. 04

    แปลงกลับเป็นราคา

    นำจำนวนจุดแต่ละค่าหารด้วย 10,000 แล้วลบออกจากราคาสูงสุด จะได้ระดับที่ 36.3545, 36.3250 และ 36.2955 ตรวจว่าทั้งสามอยู่ภายในช่วงเดิม

  5. 05

    คำนวณมูลค่าเป็นบาท

    กำหนดขนาดล็อตที่คุณใช้จริง แล้วคูณกับ ฿10 ต่อจุดต่อหนึ่งมาตรฐานล็อต ที่ 0.10 ล็อต ช่วง 2,500 จุดคิดเป็น ฿2,500 จากนั้นหักค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันตามที่โบรกเกอร์คุณเรียกเก็บ

  6. 06

    รอดูปฏิกิริยาของราคา

    เฝ้าดูว่าราคาเข้าใกล้ระดับใดระดับหนึ่งแล้วมีแท่งเทียนยาวหรือปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่มีปฏิกิริยา ให้ข้ามระดับนั้นไป ไม่ต้องเข้าสถานะเพียงเพราะเส้นอยู่ตรงนั้น

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือลากเส้นฟีโบนัชชีจากจุดสูงสุดและต่ำสุดที่ตัวเองชอบ แล้วเชื่อว่าราคาจะกลับตัวตรงนั้นเสมอ ความจริงคือระดับเหล่านี้เป็นเพียงบริเวณที่คนจำนวนมากจับตา ไม่ใช่กำแพงที่ราคาต้องหยุด สิ่งที่ควรทำแทนคือเลือกช่วงการเคลื่อนไหวที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจนบนกราฟ แล้วรอดูว่าราคาตอบสนองต่อระดับนั้นจริงหรือไม่ เช่นมีแท่งเทียนยาวหรือปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องฝืนเทรด

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้า USD/THB เคลื่อนจาก 36.1000 ไป 36.3500 ระดับ 50% อยู่ที่ราคาเท่าไร

ช่วงคือ 36.3500 - 36.1000 = 0.2500 หรือ 2,500 จุด ครึ่งหนึ่งคือ 0.1250 ดังนั้นระดับ 50% คือ 36.3500 - 0.1250 = 36.2250

ช่วง 2,500 จุดบน USD/THB คิดเป็นเงินกี่บาทถ้าถือ 0.10 ล็อต

หนึ่งจุดบนหนึ่งมาตรฐานล็อตคือ ฿10 ดังนั้น 0.10 ล็อตคือ ฿1 ต่อจุด และ 2,500 จุดคือ 2,500 x ฿1 = ฿2,500

ระดับ 61.8% ของช่วง 36.2000 ถึง 36.4500 คำนวณจากอะไร

จากผลต่าง 0.2500 คูณ 0.618 ได้ 0.1545 แล้วลบจากราคาสูงสุด 36.4500 - 0.1545 = 36.2955

คำถามที่มักตามมา

ระดับฟีโบนัชชีใช้ได้กับสินค้าอื่นนอกจาก USD/THB หรือไม่

ใช้ได้กับทุกสินค้าที่มีกราฟราคา ไม่ว่าจะเป็นคู่เงิน ดัชนี หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะหลักการคือแบ่งช่วงราคาออกเป็นสัดส่วนคงที่เหมือนกัน ตัวเลข 38.2%, 50% และ 61.8% ไม่ได้ผูกกับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง สิ่งที่ต่างกันคือขนาดจุดและมูลค่าต่อจุด ซึ่งต้องดูจากสเปกของสินค้านั้น ไม่ใช่จากระดับฟีโบนัชชี

ทำไมต้องใช้ 38.2%, 50% และ 61.8% ไม่ใช่ 30% หรือ 70%

ตัวเลขเหล่านี้มาจากชุดสัดส่วนที่ใช้กันมานานในวิชาคณิตศาสตร์และศิลปะ 50% คือครึ่งหนึ่งของช่วงซึ่งเข้าใจได้ทันที ส่วน 38.2% และ 61.8% มาจากชุดเดียวกันกับ 61.8% ที่เป็นส่วนกลับของ 1.618 คุณจะใช้ 30% หรือ 70% ก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่วาดเส้นที่ตัวเลขมาตรฐาน เพราะจุดที่คนลากตรงกันคือจุดที่มีคำสั่งซื้อขายกระจุกตัว

ถ้าราคาไม่ตอบสนองที่ระดับ 61.8% ควรทำอย่างไร

ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ การไม่ตอบสนองก็คือข้อมูล บางครั้งราคาไหลผ่านระดับนั้นไปเลยโดยไม่มีแท่งเทียนยาวหรือปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าบริเวณนั้นไม่มีคนสนใจจริง สิ่งที่ควรทำคือรอจังหวะใหม่หรือดูระดับถัดไป ไม่ใช่ฝืนเปิดสถานะเพราะเชื่อว่าเส้นต้องหยุดราคา

ค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันกินกำไรจากช่วง 2,500 จุดมากน้อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และสภาพตลาด ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกที่ ค่าสเปรดถูกหักทันทีที่เปิดสถานะ ส่วนค่าคอมมิชชันบางโบรกเกอร์คิดแยก บางโบรกเกอร์รวมไว้ในสเปรดแล้ว ถ้าต้องการรู้จริง ต้องเปิดตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์นั้นแล้วคำนวณซ้ำด้วยตัวเลขของคุณเอง

ควรลากเส้นฟีโบนัชชีจากแท่งเทียนใด

จากจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของช่วงที่คุณเลือก ซึ่งควรเป็นช่วงที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจนบนกราฟ ไม่ใช่จุดที่คุณชอบส่วนตัว ถ้าลากจากคนละช่วงในแต่ละครั้ง ระดับที่ได้จะไม่เหมือนกันและใช้ตัดสินใจไม่ได้ การเลือกช่วงจึงเป็นขั้นตอนที่ต้องทำให้สม่ำเสมอ

ระดับฟีโบนัชชีบอกทิศทางของราคาล่วงหน้าหรือไม่

ไม่บอก ระดับเหล่านี้เป็นเพียงบริเวณที่คนจำนวนมากจับตา ไม่ได้ทำนายว่าราคาจะขึ้นหรือลง หน้าที่ของมันคือทำให้คุณเห็นว่าตรงไหนมีจุดอ้างอิงร่วมกันมากพอที่ราคาอาจหยุดชั่วคราว การตัดสินใจยังต้องอาศัยปฏิกิริยาจริงบนกราฟ เช่นแท่งเทียนยาวหรือปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

คำที่ใช้ในหน้านี้

ช่วง
ผลต่างระหว่างราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดของกราฟที่คุณเลือก ใช้เป็นฐานในการคำนวณทุกระดับฟีโบนัชชี ถ้าช่วงคือ 2,500 จุด ทุกสัดส่วนจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ 2,500 จุดนี้
ขนาดจุด
ทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายของราคาที่โบรกเกอร์แสดง บน USD/THB ขนาดจุดคือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ ดังนั้นการขยับจาก 36.3250 ไป 36.3251 คือหนึ่งจุด
ล็อต
หน่วยวัดขนาดสัญญาที่คุณซื้อขาย หนึ่งมาตรฐานล็อตบน USD/THB คิดเป็น ฿10 ต่อจุด ถ้าถือ 0.10 ล็อต มูลค่าต่อจุดคือ ฿1
ค่าสเปรด
ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย ถูกหักทันทีที่เปิดสถานะ อัตราแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา
ปริมาณซื้อขาย
จำนวนสัญญาที่ซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง แสดงเป็นแท่งหรือตัวเลขบนกราฟ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นชัดเจนช่วยยืนยันว่าราคาตอบสนองต่อระดับนั้นจริง
จุดอ้างอิง
ราคาหรือระดับที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกันในการตัดสินใจ ทำให้มีคำสั่งซื้อขายกระจุกตัวอยู่แถวนั้น ระดับฟีโบนัชชีเป็นจุดอ้างอิงชนิดหนึ่ง

สิ่งที่ควรจดจำ

  • ระดับฟีโบนัชชีคือสัดส่วนของช่วงที่เลือก ไม่ใช่เส้นที่หยุดราคา
  • ทุกตัวเลขคำนวณจากสองราคาเท่านั้น คือราคาต่ำสุดและราคาสูงสุดของช่วงนั้น
  • มูลค่าต่อจุดบน USD/THB มาจากขนาดสัญญา ไม่ได้มาจากราคาบนจอ
  • ค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ ต้องตรวจสอบก่อนคำนวณกำไร
ถัดไปใน อ่านตลาด: แผนภูมิ เครื่องมือ และสินค้าไพรซ์แอ็กชัน: เทรดโดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ