ข้ามไปยังเนื้อหา

ไพรซ์แอ็กชัน: เทรดโดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์

อ่านตลาด: แผนภูมิ เครื่องมือ และสินค้าอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีบทเรียนนี้สอนให้คุณอ่านโครงสร้างราคาบนกราฟโดยไม่ต้องใช้เส้นอินดิเคเตอร์ใด ๆ แล้วตัดสินใจจากจุดสูง จุดต่ำ กรอบ และการเบรกด้วยตัวเอง

เมื่ออ่านโครงสร้างเป็น คุณจะรู้ว่าจุดเข้าอยู่ตรงไหนก่อนที่อินดิเคเตอร์จะส่งสัญญาณ และประหยัดค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการเข้าออกบ่อยเกินไป

ตัวอย่างในบทนี้ใช้ USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 และคิดกำไรขาดทุนเป็นบาท โดยหนึ่งจุด (pip) บนหนึ่งสัญญามาตรฐานมีค่า ฿10

สูงต่ำกรอบราคาUSD/THB
แผนภาพแสดงกรอบราคาที่มีจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดชัดเจน แล้วราคาเบรกออกจากกรอบนั้น เป็นภาพวาดเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่กราฟจริง

จุดสูงและจุดต่ำที่ราคาทิ้งร่องรอยไว้

จุดสูงคือแท่งเทียนที่ยอดสูงสุดของมันสูงกว่าทุกแท่งข้างเคียง จุดต่ำคือแท่งที่ก้นต่ำสุดกว่าทุกแท่งข้างเคียง สองอย่างนี้ไม่ต้องคำนวณ ไม่ต้องตั้งค่า และไม่ต้องรอเวลาเปิดปิดของแท่งใดเป็นพิเศษ ราคาที่แตะแล้วย้อนกลับทิ้งร่องรอยไว้ เพราะตรงนั้นมีคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายรออยู่มากพอจะสวนทางราคา

เมื่อจุดสูงสองจุดเกิดใกล้ระดับเดียวกัน ราคากำลังบอกว่ามีแนวต้านหนึ่งแนว เมื่อจุดต่ำสองจุดเกิดใกล้ระดับเดียวกัน ก็มีแนวรับหนึ่งแนว ระดับเหล่านี้ใช้ได้เพราะคนจำนวนมากเห็นมันพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะสูตรใดคำนวณออกมา ราคาที่ปิดพ้นระดับหนึ่งไปได้ จึงหมายความว่าฝั่งที่เคยสวนทางอ่อนกำลังลง

บน USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 ระยะห่างระหว่างจุดสูงกับจุดต่ำหนึ่งคู่คิดเป็นจุดได้ตามส่วนต่างของราคา ถ้าจุดสูงอยู่ที่ 36.4900 และจุดต่ำอยู่ที่ 36.4100 ระยะห่างคือ 0.0800 หรือ 800 จุด คูณ ฿10 ต่อจุดต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ได้ ฿8,000 นี่คือความกว้างของกรอบที่คุณกำลังดูอยู่ ไม่ใช่กำไรที่คุณจะได้

กรอบคือช่วงที่ราคาตกลงกันไม่ได้

กรอบเกิดเมื่อราคาแกว่งไปมาระหว่างแนวรับกับแนวต้านหนึ่งคู่ ซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างน้อยสองรอบต่อด้าน ระหว่างนั้นไม่มีฝ่ายใดชนะ จึงไม่มีทิศทางให้ตาม การเทรดกลางกรอบคือการเดาว่ารอบนี้ฝ่ายไหนจะชนะ ซึ่งไม่ต่างจากการเดาในรอบก่อน

สิ่งที่ทำให้กรอบมีประโยชน์คือขอบของมัน ไม่ใช่ตรงกลาง ราคาที่เข้าใกล้ขอบบนหรือขอบล่างให้จุดอ้างอิงที่ชัดสำหรับวางจุดตัดขาดทุน เพราะคุณรู้ว่าราคาไม่ควรไปไกลกว่านั้นถ้าโครงสร้างยังใช้ได้ ตรงกลางกรอบไม่มีจุดอ้างอิงแบบนั้น ระยะตัดขาดทุนจึงต้องกว้างขึ้นโดยไม่จำเป็น

ถ้ากรอบกว้าง 0.0800 และคุณเข้าที่ 36.4800 โดยวางจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าจุดต่ำสุดของกรอบ 100 จุด ระยะเสี่ยงคือ 800 จุดบวก 100 จุด เป็น 900 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด ได้ ฿9,000 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ตัวเลขนี้คือสิ่งที่คุณยอมเสียถ้าตลาดพิสูจน์ว่าคุณผิด ไม่ใช่ค่าที่จะลดลงเพียงเพราะคุณอยากลด

การเบรกที่ปิดพ้นกรอบ

การเบรกคือราคาปิดออกไปนอกกรอบ ไม่ใช่แค่ราคาแตะหรือไส้เทียนล้ำออกไปชั่วครู่ ราคาที่แตะขอบแล้วย้อนกลับคือความล้มเหลวของการเบรก ไม่ใช่การเบรก การรอให้แท่งปิดพ้นกรอบจึงเป็นการแลกความเร็วกับความชัดเจน

หลังราคาปิดพ้นกรอบ จุดอ้างอิงใหม่คือจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของกรอบนั้น ถ้าราคาเบรกขึ้น จุดตัดขาดทุนที่สมเหตุสมผลอยู่หลังจุดสูงสุดเดิมของกรอบ ถ้าราคาเบรกลง ก็อยู่หลังจุดต่ำสุดเดิม ระยะจากจุดเข้าไปถึงจุดนั้นคือความเสี่ยงจริงของคุณ และมันคำนวณได้ก่อนกดคำสั่ง

การเบรกบางครั้งก็ล้มเหลว ราคาอาจปิดพ้นกรอบแล้วย้อนกลับเข้าไปข้างในทันทีในแท่งถัดไป นี่ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมราคา สิ่งที่คุณควบคุมได้คือขนาดความเสี่ยงต่อสัญญา ไม่ใช่ผลของแต่ละครั้ง

ถ้าคุณเข้า USD/THB ที่ 36.5100 และปิดที่ 36.5500 ด้วยหนึ่งสัญญามาตรฐาน ราคาต่างกัน 0.0400 หรือ 400 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด ได้ ฿4,000 ก่อนหักค่าธรรมเนียมและสเปรด ตัวเลขนี้เป็นผลของหนึ่งครั้ง ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับครั้งถัดไป

จุดสูงกับจุดต่ำที่ราคาปิดไว้ต่างกันแค่ไหน

จุดสูงและจุดต่ำที่ราคาทิ้งร่องรอยไว้บนกราฟมีสองแบบที่ต้องแยกให้ออก แบบแรกคือราคาสูงสุดที่แตะแล้วย้อนกลับทันทีในเวลาไม่กี่นาที แบบที่สองคือราคาที่ปิดรอบวันไว้สูงที่สุด ตัวเลขสองตัวนี้ต่างกันบ่อย และช่องว่างระหว่างมันคือสิ่งที่บอกว่าราคาไปต่อได้หรือไม่

ถ้าราคาแตะ 36.5200 แล้วย้อนกลับในไม่กี่นาที แต่ปิดรอบวันไว้ที่ 36.4900 จุดสูงจริงของรอบนั้นคือ 36.4900 ตามการปิด ไม่ใช่ 36.5200 ตามการแตะ ต่างกัน 300 จุด หรือ ฿3,000 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน

เวลาวางจุดตัดขาดทุนหลังจุดสูงหรือจุดต่ำ ให้ใช้ตัวเลขที่ราคาปิดไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่ราคาแตะ เพราะราคาแตะเกิดจากคำสั่งที่กวาดเข้ามาแล้วหายไป ส่วนราคาปิดคือระดับที่ผู้ซื้อผู้ขายตกลงกันได้จริงตอนสิ้นรอบ

ถ้าจุดสูงที่ปิดไว้คือ 36.4900 และจุดต่ำที่ปิดไว้คือ 36.4100 กรอบนี้กว้าง 800 จุด หรือ ฿8,000 ต่อหนึ่งสัญญา ตัวเลขนี้คำนวณจากราคาปิดทั้งสองข้าง ไม่ใช่จากเงาที่ราคาทิ้งไว้กลางวัน

รอบวันที่ยาวขึ้นทำให้จุดสูงกับจุดต่ำห่างกันมากขึ้นตามไปด้วย รอบสี่ชั่วโมงจึงมักให้กรอบแคบกว่ารอบวัน จำนวนจุดที่ได้จึงไม่เท่ากัน แม้ราคาจะแกว่งในทิศทางเดียวกันก็ตาม

การนับเฉพาะราคาปิดทำให้สัญญาณช้าลงบ้าง แต่ตัวเลขที่ได้ตรงกับที่โบรกเกอร์ใช้คิดกำไรขาดทุนจริง และตรวจสอบย้อนหลังได้ด้วยราคาชุดเดียวกัน

จุดเข้าเดียวกันบน USD/THB คิดเป็น ฿400

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
จุดสูงสุดของกรอบ36.5000ราคาสูงสุดที่ขึ้นไปแตะแล้วย่อกลับสองครั้ง
จุดต่ำสุดของกรอบ36.4000ราคาต่ำสุดที่ลงมาแตะแล้วเด้งกลับสองครั้ง
ความกว้างของกรอบ0.1000 หรือ 1,000 จุด36.5000 ลบ 36.4000
จุดที่ราคาเบรกขึ้น36.5100ราคาปิดเหนือจุดสูงสุดของกรอบ
จุดตัดขาดทุน36.4700ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม 400 จุด
ระยะเสี่ยงต่อหนึ่งสัญญา฿4,000400 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด
จุดทำกำไร36.5900สูงกว่าจุดเข้า 800 จุด
กำไรเมื่อถึงเป้า฿8,000800 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด

โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่นต่อสัญญา ตัวเลขเหล่านั้นจึงไม่เท่ากันทุกที่ และสเปรดของ USD/THB มักกว้างกว่าคู่เงินหลัก

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

สี่ขั้นต่อไปนี้คือลำดับที่คุณทำซ้ำบนกราฟเปล่า โดยเริ่มจากโครงสร้างและจบด้วยตัวเลขความเสี่ยงที่คำนวณได้ก่อนกดคำสั่ง

  1. 01

    ทำเครื่องหมายจุดสูงและจุดต่ำ

    เปิดกราฟ USD/THB แล้วหาจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดที่เห็นชัดในแต่ละช่วง ไม่ต้องใช้เส้นใดช่วย ทำซ้ำจนได้จุดสูงสองจุดและจุดต่ำสองจุดที่อยู่ใกล้ระดับเดียวกัน

  2. 02

    ลากขอบกรอบ

    ลากเส้นตรงผ่านจุดสูงทั้งสองเป็นขอบบน และผ่านจุดต่ำทั้งสองเป็นขอบล่าง วัดความกว้างเป็นจุดจากส่วนต่างราคา ถ้ากว้าง 0.0800 เท่ากับ 800 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด ได้ ฿8,000 ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน

  3. 03

    รอราคาปิดพ้นขอบ

    ปล่อยให้ราคาแกว่งในกรอบโดยไม่ทำอะไร จนกว่าจะมีแท่งที่ปิดนอกขอบ ไม่ใช่แค่แตะ การปิดคือหลักฐานว่าฝั่งหนึ่งยอมแพ้

  4. 04

    วางจุดตัดขาดทุนหลังขอบเดิม

    ถ้าราคาเบรกขึ้น วางจุดตัดขาดทุนหลังจุดสูงสุดเดิมของกรอบ ถ้าเบรกลง วางหลังจุดต่ำสุดเดิม เผื่อระยะเพิ่มอีก 100 จุดสำหรับการแกว่งปกติ

  5. 05

    คำนวณความเสี่ยงเป็นบาท

    นับจุดจากจุดเข้าไปถึงจุดตัดขาดทุน คูณ ฿10 ต่อจุดต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน ถ้าได้ 900 จุด เท่ากับ ฿9,000 ต่อหนึ่งสัญญา ถ้าตัวเลขนี้มากกว่าที่คุณรับได้ ให้ลดขนาดสัญญา ไม่ใช่เลื่อนจุดตัดขาดทุน

  6. 06

    ตรวจค่าธรรมเนียมกับโบรกเกอร์

    โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่นต่อสัญญา ตัวเลขเหล่านั้นจึงไม่เท่ากันทุกที่ และสเปรดของ USD/THB มักกว้างกว่าคู่เงินหลัก ตรวจวิธีฝากถอนว่ามีทั้งการโอนผ่านธนาคารและ PromptPay หรือไม่ และตรวจรายชื่อผู้ให้บริการกับ SEC Thailand ก่อนใช้เงินจริง

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือรอให้อินดิเคเตอร์ยืนยันสัญญาณก่อนเข้าตำแหน่ง ทำให้ได้จุดเข้าที่แย่ลงและระยะตัดขาดทุนกว้างขึ้น บางคนเข้าซื้อกลางกรอบเพราะเห็นเส้นตัดกัน แล้วต้องรอราคาแกว่งนานหลายชั่วโมงโดยไม่มีทิศทางชัดเจน วิธีที่ตรงกว่าคือรอให้ราคาปิดพ้นกรอบก่อน แล้วจึงวางจุดตัดขาดทุนไว้หลังจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของกรอบนั้น จำไว้ว่าการเบรกบางครั้งก็ล้มเหลว และราคาอาจย้อนกลับเข้ากรอบทันที

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้าคุณเข้า USD/THB ที่ 36.5100 และปิดที่ 36.5500 ด้วยหนึ่งสัญญามาตรฐาน คุณได้กำไรกี่บาท

ราคาต่างกัน 0.0400 หรือ 400 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด เท่ากับ ฿4,000 ก่อนหักค่าธรรมเนียมและสเปรด

ถ้ากรอบกว้าง 0.0800 และคุณเข้าที่ 36.4800 โดยวางจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าจุดต่ำสุดของกรอบ 100 จุด ระยะเสี่ยงเป็นกี่บาทต่อหนึ่งสัญญา

กรอบกว้าง 800 จุด บวกอีก 100 จุด เป็น 900 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด เท่ากับ ฿9,000 ต่อหนึ่งสัญญา

คำถามที่มักตามมา

จุดสูงกับจุดต่ำดูจากแท่งเทียนแท่งไหน

ดูจากแท่งเทียนที่ยอดหรือก้นสูงต่ำกว่าทุกแท่งที่อยู่ข้างเคียง โดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรบนแพลตฟอร์ม จุดสูงหนึ่งจุดใช้บอกอะไรไม่ได้ ต้องมีจุดสูงอีกจุดเกิดใกล้ระดับเดียวกันจึงกลายเป็นแนวต้าน ระดับที่คนเห็นพร้อมกันมีน้ำหนักกว่าตัวเลขที่คำนวณมา ราคาที่แตะแล้วย้อนกลับทิ้งร่องรอยไว้ตรงนั้น

ทำไมต้องรอแท่งปิดพ้นกรอบ ไม่ใช่แค่ราคาแตะ

เพราะราคาที่แตะขอบแล้วย้อนกลับคือการเบรกที่ล้มเหลว ไม่ใช่การเบรก แท่งที่ยังไม่ปิดเปลี่ยนรูปร่างได้จนถึงวินาทีสุดท้าย การรอให้ปิดพ้นกรอบแลกความเร็วกับความชัดเจน คุณจะเสียจุดเข้าไปบ้าง แต่ได้จุดอ้างอิงที่ใช้วางจุดตัดขาดทุนได้จริง ราคาที่ปิดพ้นแล้วย้อนกลับในแท่งถัดไปก็เกิดได้ และเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมราคา

กรอบหนึ่งกรอบต้องมีราคาแกว่งกี่รอบจึงใช้ได้

อย่างน้อยสองรอบต่อด้าน คือจุดสูงสองจุดกับจุดต่ำสองจุดที่เกิดใกล้ระดับเดิม รอบที่น้อยกว่านั้นยังไม่ยืนยันว่ามีแนวรับแนวต้านจริง จำนวนรอบไม่ได้รับประกันว่ากรอบจะแตกออกไปทางใด กรอบที่ยิ่งทดสอบหลายครั้งก็ยิ่งไม่บอกทิศทางล่วงหน้าได้มากกว่ากรอบใหม่

ระยะตัดขาดทุนคิดเป็นเงินบาทได้อย่างไร

นับจำนวนจุดจากจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุน แล้วคูณ ฿10 ต่อจุดต่อหนึ่งสัญญามาตรฐานบน USD/THB ถ้ากรอบกว้าง 0.0800 หรือ 800 จุด และวางจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าจุดต่ำสุดของกรอบอีก 100 จุด ระยะเสี่ยงคือ 900 จุด หรือ ฿9,000 ต่อหนึ่งสัญญา ตัวเลขนี้คือจำนวนที่คุณยอมเสียถ้าตลาดพิสูจน์ว่าคุณผิด

ตัวเลข ฿10 ต่อจุดใช้ได้กับทุกโบรกเกอร์หรือไม่

ไม่เท่ากันทุกที่ แต่ละรายอาจปัดทศนิยม เพิ่มสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมอื่นต่อสัญญา มูลค่าต่อจุดจึงต่างกันได้ และสเปรดของ USD/THB มักกว้างกว่าคู่เงินหลัก กำไรที่คำนวณได้จึงเป็นตัวเลขก่อนหักค่าธรรมเนียมและสเปรด ควรตรวจตารางสเปรดของโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนคิดขนาดตำแหน่ง

ต้องขออนุญาตใครก่อนเทรด CFD

ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์แบบ CFD อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SEC Thailand ผู้ให้บริการที่เสนอผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องได้รับใบอนุญาตจาก SEC Thailand การตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตทำได้ที่เว็บไซต์ของ SEC Thailand โดยตรง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจใช้บริการ

คำที่ใช้ในหน้านี้

จุดสูง
แท่งเทียนที่ยอดสูงสุดของมันสูงกว่าทุกแท่งข้างเคียง ไม่ต้องคำนวณหรือตั้งค่าใด ๆ ราคาที่แตะแล้วย้อนกลับทิ้งร่องรอยนี้ไว้ เพราะตรงนั้นมีคำสั่งขายรออยู่มากพอจะสวนทางราคา
แนวรับ
ระดับที่จุดต่ำสองจุดเกิดใกล้กัน แล้วราคาเคยย้อนกลับขึ้นจากตรงนั้น ระดับนี้ใช้ได้เพราะคนจำนวนมากเห็นพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะสูตรคำนวณออกมา ราคาที่ปิดพ้นระดับนี้ลงไปหมายความว่าฝั่งที่เคยรับอ่อนกำลังลง
กรอบ
ช่วงที่ราคาแกว่งไปมาระหว่างแนวรับกับแนวต้านหนึ่งคู่ ซ้ำอย่างน้อยสองรอบต่อด้าน ระหว่างนั้นไม่มีฝ่ายใดชนะ จึงไม่มีทิศทางให้ตาม สิ่งที่มีประโยชน์คือขอบของกรอบ ไม่ใช่ตรงกลาง
การเบรก
ราคาปิดออกไปนอกกรอบ ไม่ใช่แค่ราคาแตะหรือไส้เทียนล้ำออกไปชั่วครู่ หลังปิดพ้นกรอบ จุดอ้างอิงใหม่คือจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของกรอบนั้น การเบรกบางครั้งก็ล้มเหลวและราคาย้อนกลับเข้าไปทันที
สเปรด
ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดทันทีเมื่อเข้าตำแหน่ง สเปรดของ USD/THB มักกว้างกว่าคู่เงินหลัก และแต่ละโบรกเกอร์ตั้งไม่เท่ากัน กำไรที่คำนวณได้จึงเป็นตัวเลขก่อนหักสเปรดและค่าธรรมเนียม
สัญญามาตรฐาน
ขนาดสัญญาหนึ่งหน่วยที่ใช้คิดมูลค่าต่อจุด บน USD/THB หนึ่งสัญญามาตรฐานคิดที่ ฿10 ต่อจุด ตัวเลขนี้ใช้คูณกับจำนวนจุดเพื่อหาระยะเสี่ยงหรือกำไรก่อนหักต้นทุน

สิ่งที่ควรจดจำ

  • โครงสร้างราคาอ่านได้จากจุดสูง จุดต่ำ และกรอบ โดยไม่ต้องพึ่งเส้นอินดิเคเตอร์
  • กรอบมีประโยชน์ที่ขอบ ไม่ใช่ตรงกลาง เพราะขอบให้จุดอ้างอิงสำหรับวางจุดตัดขาดทุน
  • รอให้แท่งปิดพ้นกรอบก่อน แล้ววางจุดตัดขาดทุนไว้หลังจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดเดิมของกรอบ
  • ระยะเสี่ยงคำนวณเป็นบาทได้ก่อนกดคำสั่ง และการเบรกที่ล้มเหลวก็เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมราคา
ถัดไปใน อ่านตลาด: แผนภูมิ เครื่องมือ และสินค้าสมาร์ทมันนี่: ออร์เดอร์บล็อก, FVG, สภาพคล่อง
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ