เทรดจากมือถือ
ตัวอย่างในบทนี้ใช้คู่เงิน USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 และคิดเงินเป็นบาท เพื่อให้คุณเห็นว่าตัวเลขบนหน้าจอ 6 นิ้วแปลงเป็นเงินจริงได้อย่างไร
คุณจะได้รู้ว่าอะไรบ้างที่ยังอยู่บนหน้าจอเล็ก และอะไรบ้างที่มักถูกซ่อนหรือย่อจนคุณมองไม่เห็น
สิ่งที่หน้าจอเล็กตัดออกไปจากขั้นตอนการตัดสินใจ
การตัดสินใจเทรดหนึ่งครั้งมีสามจังหวะ คือดูภาพรวม ตรวจตัวเลข แล้วกดยืนยัน บนเดสก์ท็อปทั้งสามจังหวะอยู่บนหน้าจอเดียวกัน แต่บนมือถือแต่ละจังหวะถูกแยกไปคนละหน้า คุณจึงต้องจำตัวเลขจากหน้าหนึ่งไปใช้อีกหน้าหนึ่ง ความจำระหว่างทางคือส่วนที่หายไป ไม่ใช่ตัวกราฟ
ลองนับดูว่าจากหน้าแรกถึงปุ่มยืนยันคุณต้องแตะกี่ครั้งในแอปที่คุณใช้อยู่ ถ้าเกินสี่ครั้ง ให้ถือว่าระยะนั้นคือช่องว่างที่คุณอาจลืมตัวเลขที่เพิ่งเห็น วิธีปิดช่องว่างนี้ทำได้โดยจดราคาที่ต้องการลงในกระดาษหรือโน้ตในเครื่องก่อนเปิดหน้าใส่คำสั่ง แล้วอ่านจากโน้ตแทนการอ่านจากความจำ
การจดยังช่วยเรื่องขนาดคำสั่งด้วย เพราะช่องใส่ล็อตบนมือถือมักเป็นช่องเดียวที่ไม่มีตัวเลขเงินกำกับ ถ้าคุณคำนวณเป็นบาทไว้ล่วงหน้าแล้ว คุณจะเห็นทันทีว่าเลขล็อตที่พิมพ์ลงไปตรงกับจำนวนเงินที่รับได้หรือไม่ ไม่ใช่เพิ่งมารู้ตอนกดยืนยัน
ราคาที่เห็นกับราคาที่ได้จริงบนจอสัมผัส
ราคาบนหน้าจอมือถือผ่านการปัดเศษก่อนแสดงผล ตัวเลข 36.4500 ที่คุณเห็นอาจมาจากราคาจริงที่ละเอียดกว่านั้น โบรกเกอร์แต่ละรายปัดไม่เท่ากัน บางรายปัดทศนิยมตำแหน่งที่สี่ บางรายปัดตำแหน่งที่ห้า จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ว่าทุกที่เท่ากัน
การปัดเศษมีผลเป็นเงินเมื่อคูณกับขนาดคำสั่ง หนึ่งจุดบน USD/THB คิดเป็น ฿10 ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ถ้าคุณเทรด 0.20 ล็อต หนึ่งจุดคือ ฿2 และสิบห้าจุดคือ ฿30 ตัวเลขนี้คำนวณจากราคาที่แสดง ไม่ใช่ราคาที่คุณได้รับจริง
สเปรดคือส่วนต่างที่ทำให้ราคาซื้อกับราคาขายไม่เท่ากัน และบนมือถือสเปรดมักไม่ถูกแสดงเป็นคู่ตัวเลขให้เห็นชัด คุณเห็นเพียงราคาเดียว ถ้าสเปรดกว้างขึ้นหนึ่งจุดบน 0.20 ล็อต นั่นคือ ฿2 ที่หายไปทันทีตอนเปิดคำสั่ง ตัวเลขเล็กแต่คิดทุกครั้งที่เทรด
การอ่านกราฟย้อนหลังบนพื้นที่จำกัด
จำนวนแท่งเทียนที่แสดงได้ขึ้นกับความกว้างของจอ ไม่ใช่ความยาวของประวัติ กราฟเดียวกันบนจอ 6 นิ้วจึงแสดงอดีตสั้นกว่าบนจอคอมพิวเตอร์ที่ตั้งค่าเวลาเท่ากัน คุณเห็นภาพช่วงหลัง แต่ไม่เห็นว่าก่อนหน้านั้นราคาแกว่งแรงแค่ไหน
การหมุนจอแนวนอนช่วยได้ระดับหนึ่ง เพราะได้ความกว้างเพิ่ม แต่ไม่ได้เพิ่มข้อมูล มีเพียงการซูมออกหรือเลื่อนกราฟย้อนหลังเท่านั้นที่เพิ่มช่วงเวลาเข้าไป ทางที่ตรงที่สุดคือกำหนดล่วงหน้าว่าจะดูย้อนหลังกี่วัน แล้วเลื่อนไปให้ถึงจุดนั้นก่อนตัดสินใจ
ตัวเลขเงินเป็นบาทช่วยให้คุณเทียบความเสี่ยงกับภาพได้ ตัวอย่างเช่น ระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับจุดที่คุณคิดว่าจะขาดทุน 15 จุด บน 0.20 ล็อตคือ ฿30 ตัวเลขนี้คงที่ไม่ว่าจะดูบนจอไหน สิ่งที่เปลี่ยนตามขนาดจอคือคุณเห็นภาพประกอบตัวเลขนั้นครบหรือไม่
ทำไมการกดยืนยันบนหน้าจอสัมผัสจึงต่างจากการคลิกเมาส์
บนเดสก์ท็อป การยืนยันคำสั่งต้องขยับเมาส์ไปยังปุ่มและกดหนึ่งครั้ง ระยะทางที่เมาส์เคลื่อนที่ทำให้มีจังหวะหยุดคิดสั้น ๆ ก่อนคำสั่งจะถูกส่ง บนหน้าจอสัมผัส นิ้วของคุณอยู่ใกล้ปุ่มยืนยันตลอดเวลา และการแตะหนึ่งครั้งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที จังหวะหยุดคิดนั้นจึงหายไป ไม่ใช่เพราะแอปออกแบบผิด แต่เพราะนิ้วกับปุ่มอยู่ชิดกันเกินไป
ลองนับดูว่าก่อนกดยืนยันแต่ละครั้ง คุณตรวจอะไรไปแล้วบ้าง ถ้ารายการที่ตรวจมีเพียงราคาที่เห็นบนกราฟ แปลว่ายังเหลือช่องว่างอีกสามอย่าง คือขนาดล็อต จำนวนเงินเป็นบาท และค่าสเปรดที่ถูกหักไปแล้ว ตัวเลขทั้งสามอย่างนี้อยู่ในหน้าจอยืนยันซึ่งมักถูกเลื่อนผ่านเร็ว เพราะปุ่มอยู่ตรงมุมล่างของนิ้วโป้งพอดี
วิธีที่ทำได้จริงคือบังคับให้ตัวเองแตะปุ่มยืนยันสองครั้ง ครั้งแรกเปิดหน้าจอยืนยันค้างไว้ ครั้งที่สองจึงส่งคำสั่ง ระหว่างนั้นให้อ่านตัวเลขเป็นบาททีละบรรทัด ไม่ต้องรีบ เพราะราคาที่ขยับระหว่างสองวินาทีนี้มักน้อยกว่าความเสียหายจากการกดผิดปุ่ม ถ้าคุณเทรด 0.20 ล็อตมาตรฐานและราคาขยับ 15 จุด ตัวเลขที่ต้องเห็นบนหน้าจอยืนยันคือ ฿30 ไม่ใช่ 15
อีกจุดที่ต่างจากเดสก์ท็อปคือการแก้ไขคำสั่ง บนคอมพิวเตอร์คุณเห็นรายการคำสั่งที่เปิดอยู่พร้อมกันในหน้าต่างเดียว จึงเทียบได้ทันทีว่าคำสั่งใดควรปิดก่อน บนมือถือรายการเหล่านั้นมักซ่อนอยู่ในเมนูอีกชั้น การปิดคำสั่งผิดตัวจึงเกิดขึ้นได้ง่าย และค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปแล้วจะไม่คืนกลับมา โบรกเกอร์แต่ละรายจัดเมนูไม่เหมือนกัน บางรายแสดงรายการคำสั่งบนหน้าจอหลัก บางรายต้องกดเข้าไปสองชั้น จึงควรทดลองกดดูตอนที่ยังไม่มีคำสั่งเปิดอยู่
หนึ่งจุดบน USD/THB คิดเป็นเงิน ฿10 ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดสัญญา 1 ล็อตมาตรฐาน | 100,000 USD | ขนาดมาตรฐานที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ใช้ |
| ราคา USD/THB | 36.4500 | ราคาอ้างอิงในตัวอย่างนี้ |
| หนึ่งจุด (pip) ของ USD/THB | 0.0001 | ทศนิยมตำแหน่งที่สี่ของราคา |
| มูลค่าหนึ่งจุดต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน | ฿10 | 100,000 คูณ 0.0001 เท่ากับ 10 USD แล้วแปลงเป็นบาทที่ราคา 36.4500 ได้ 364.50 บาท แต่โบรกเกอร์มักคิดมูลค่าจุดเป็นเงินบาทโดยตรงที่ ฿10 ต่อจุด |
| มูลค่าหนึ่งจุดต่อ 0.10 ล็อต | ฿1 | 0.10 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿1 |
| เงินที่ต้องใช้เมื่อราคาแกว่ง 20 จุด บน 0.10 ล็อต | ฿20 | 20 คูณ ฿1 เท่ากับ ฿20 |
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษราคา คิดค่าสเปรด หรือคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากตัวเลขนี้ อัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าจุดอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละโบรกเกอร์
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
ลำดับต่อไปนี้เป็นกิจวัตรก่อนกดยืนยันบนมือถือ ทำครั้งเดียวให้ครบทั้งหกข้อแล้วจึงเปิดหน้าใส่คำสั่ง
- 01
กำหนดขนาดคำสั่งเป็นเงินบาทก่อน
เริ่มจากตัดสินใจว่าจะรับความเสี่ยงได้กี่บาทต่อคำสั่งนี้ หารด้วย ฿10 ต่อจุดต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน จะได้จำนวนจุดที่รับได้ เขียนตัวเลขนั้นไว้ข้างหน้า แล้วจึงค่อยไปหาขนาดล็อตที่ตรงกับมัน
- 02
ตรวจราคาที่แสดงว่าถูกปัดเศษหรือไม่
เทียบราคาบนหน้าจอกับราคาที่แจ้งในรายละเอียดคำสั่ง ถ้าตัวเลขต่างกันแม้ตำแหน่งสุดท้าย ให้ใช้ตัวเลขที่ละเอียดกว่าในการคำนวณ เพราะผลต่างจะถูกคูณด้วยขนาดคำสั่ง
- 03
ดูสเปรดก่อน ไม่ใช่หลัง
หาดูว่าสเปรดตอนนั้นกี่จุด แล้วคูณกับมูลค่าจุดของคุณ เทรด 0.20 ล็อต หนึ่งจุดคือ ฿2 ถ้าสเปรดกว้างผิดปกติ ให้เลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อน
- 04
เลื่อนกราฟไปให้ถึงช่วงเวลาที่ย้อนหลัง
ตั้งไว้ว่าจะดูย้อนหลังกี่วัน แล้วหมุนจอแนวนอนและซูมออกจนเห็นครบตามจำนวนนั้น อย่าตัดสินใจจากภาพที่เห็นโดยไม่เลื่อน
- 05
จดราคาเป้าหมายและจุดตัดขาดทุนลงในโน้ต
เขียนราคาทั้งสองลงในโน้ตในเครื่องก่อนเปิดหน้าใส่คำสั่ง เพื่อไม่ต้องจำข้ามหน้า ตรวจว่าจุดตัดขาดทุนห่างจากราคาปัจจุบันเท่ากับจำนวนจุดที่คำนวณไว้ในข้อแรก
- 06
อ่านตัวเลขบาทบนหน้าสุดท้ายก่อนกด
หน้าต่างยืนยันมักแสดงขนาดล็อตและราคา แต่ไม่ได้แสดงจำนวนเงินที่เสี่ยงเป็นบาทเสมอไป ให้เทียบกับโน้ตของคุณเอง ถ้าตัวเลขไม่ตรง ให้ย้อนกลับไปแก้ที่ขนาดคำสั่ง
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
หลายคนเปิดกราฟบนมือถือแล้วเห็นเพียงไม่กี่แท่งเทียน จึงตัดสินใจจากภาพที่เห็นบนหน้าจอเล็ก โดยลืมตรวจสอบราคาก่อนหน้าหรือช่วงเวลาที่กว้างกว่า วิธีที่ควรทำคือซูมออกหรือหมุนจอแนวนอนเพื่อดูกราฟย้อนหลังให้มากขึ้น และตรวจสอบตัวเลขเงินเป็นบาทก่อนกดยืนยันทุกครั้ง เพราะปุ่มยืนยันบนมือถืออยู่ใกล้มือและกดพลาดได้ง่ายตรวจสอบตัวเอง
ถ้าคุณเทรด 0.20 ล็อตมาตรฐานบน USD/THB ราคาแกว่ง 15 จุด คุณจะได้หรือเสียเงินประมาณกี่บาท
หนึ่งจุดต่อ 1 ล็อตมาตรฐานคือ ฿10 ดังนั้น 0.20 ล็อต คือ ฿2 ต่อจุด 15 จุด คูณ ฿2 เท่ากับ ฿30
บนหน้าจอมือถือ 6 นิ้ว สิ่งใดที่มักไม่แสดงให้เห็นครบถ้วนเมื่อเทียบกับเดสก์ท็อป
จำนวนแท่งเทียนย้อนหลัง ตารางประวัติคำสั่งซื้อขาย และรายละเอียดค่าธรรมเนียมหรือสเปรดที่อาจถูกซ่อนไว้ในเมนู
คำถามที่มักตามมา
ทำไมการจดราคาก่อนเปิดหน้าคำสั่งจึงช่วยได้
เพราะบนมือถือ ขั้นตอนดูภาพรวม ตรวจตัวเลข และกดยืนยันอยู่คนละหน้า คุณจึงต้องจำตัวเลขข้ามหน้าไปใช้ ความจำระหว่างทางเป็นจุดที่พลาดได้ง่าย การจดราคาที่ต้องการไว้ในโน้ตแล้วอ่านจากโน้ตแทนการอ่านจากความจำตัดปัญหานี้ทิ้ง วิธีนี้ยังทำให้คุณเห็นว่าล็อตที่พิมพ์ตรงกับจำนวนเงินที่รับได้หรือไม่ ก่อนถึงปุ่มยืนยัน
การปัดเศษราคามีผลกับเงินจริงแค่ไหน
ราคาที่แสดงบนจอผ่านการปัดเศษก่อนถึงตาคุณ โบรกเกอร์แต่ละรายปัดคนละตำแหน่ง จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ว่าทุกที่เท่ากัน ผลเป็นเงินเกิดขึ้นเมื่อนำส่วนต่างไปคูณกับขนาดคำสั่ง หนึ่งจุดบน USD/THB คิดเป็น ฿10 ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ถ้าเทรด 0.20 ล็อต หนึ่งจุดคือ ฿2 และสิบห้าจุดคือ ฿30 ตัวเลขนี้คิดจากราคาที่แสดง ไม่ใช่ราคาที่คุณได้รับจริง
สเปรดที่มองไม่เห็นบนมือถือคิดเป็นเงินเท่าไร
สเปรดคือส่วนต่างที่ทำให้ราคาซื้อกับราคาขายไม่เท่ากัน บนมือถือมักแสดงราคาเดียว จึงไม่เห็นส่วนต่างนั้นเป็นคู่ตัวเลข ถ้าสเปรดกว้างขึ้นหนึ่งจุดบน 0.20 ล็อต นั่นคือ ฿2 ที่หายไปทันทีตอนเปิดคำสั่ง จำนวนนี้คิดทุกครั้งที่เทรด แม้จะดูเป็นตัวเลขเล็ก
หมุนจอแนวนอนแล้วได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นหรือไม่
ได้ความกว้างเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น จำนวนแท่งเทียนที่แสดงได้ขึ้นกับความกว้างของจอ ไม่ใช่ความยาวของประวัติ การหมุนจอจึงช่วยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่เพิ่มช่วงเวลาเข้าไปจริงคือการซูมออกหรือเลื่อนกราฟย้อนหลัง ทางที่ตรงที่สุดคือกำหนดล่วงหน้าว่าจะดูย้อนหลังกี่วัน แล้วเลื่อนไปให้ถึงจุดนั้นก่อนตัดสินใจ
ตัวเลขเงินเป็นบาทช่วยอะไรเมื่อจอเล็ก
ตัวเลขเงินเป็นบาทเป็นค่าคงที่ ไม่ว่าเปิดกราฟบนจอขนาดไหน ตัวอย่างเช่น ระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับจุดที่คิดว่าจะขาดทุน 15 จุด บน 0.20 ล็อตคือ ฿30 ตัวเลขนี้เท่าเดิมเสมอ สิ่งที่เปลี่ยนตามขนาดจอคือคุณเห็นภาพประกอบตัวเลขนั้นครบหรือไม่ จึงควรตรวจตัวเลขเงินก่อน แล้วค่อยดูภาพ
ช่องใส่ล็อตบนมือถือต่างจากช่องอื่นอย่างไร
ช่องใส่ล็อตมักเป็นช่องเดียวที่ไม่มีตัวเลขเงินกำกับอยู่ข้าง ๆ ช่องอื่นอาจมีราคาหรือจำนวนเงินแสดง แต่ช่องนี้รับตัวเลขล็อตเปล่า ๆ ถ้าคำนวณเป็นบาทไว้ล่วงหน้าแล้ว คุณจะเห็นทันทีว่าเลขล็อตที่พิมพ์ตรงกับจำนวนเงินที่รับได้หรือไม่ ไม่ต้องรอรู้ตอนกดยืนยัน
In ประเทศไทย
- หน่วยเงิน
- บาท (THB) เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ฿
- หน่วยงานกำกับดูแล
- SEC Thailand
- คู่เงินที่ใช้ในตัวอย่าง
- USD/THB ราคาราว 36.4500
- วิธีการฝากถอนที่พบบ่อย
- โอนผ่านธนาคารและพร้อมเพย์ (PromptPay)
- มูลค่าหนึ่งจุดต่อ 1 ล็อตมาตรฐานของ USD/THB
- ฿10 (100,000 คูณ 0.0001)
คำที่ใช้ในหน้านี้
- ล็อตมาตรฐาน
- หน่วยนับขนาดคำสั่งซื้อขายหนึ่งหน่วย บน USD/THB หนึ่งล็อตมาตรฐานทำให้หนึ่งจุดมีค่า ฿10 ตัวเลขนี้ใช้คูณกับจำนวนจุดเพื่อหาว่าคำสั่งนั้นคิดเป็นเงินบาทเท่าไร
- จุด
- หน่วยเล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวราคาที่หน้าจอแสดง บน USD/THB หนึ่งจุดต่อ 1 ล็อตมาตรฐานคิดเป็น ฿10 จำนวนจุดที่ราคาแกว่งคูณกับค่านี้คือเงินที่ได้หรือเสีย
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย ราคาสองฝั่งไม่เท่ากันจึงทำให้เปิดคำสั่งแล้วขาดทุนเล็กน้อยทันที บนมือถือส่วนต่างนี้มักไม่แสดงเป็นคู่ตัวเลขให้เห็นชัด
- โบรกเกอร์
- ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่คุณใช้ส่งคำสั่งซื้อขาย แต่ละรายมีวิธีปัดเศษราคา คิดสเปรด และคิดค่าธรรมเนียมไม่เหมือนกัน จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวข้ามรายไม่ได้
- แท่งเทียน
- รูปหนึ่งรูปบนกราฟที่สรุปช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ราคาเปิด ปิด สูง และต่ำของช่วงนั้น จำนวนแท่งที่แสดงได้ขึ้นกับความกว้างของจอ ไม่ใช่ความยาวของประวัติ
สิ่งที่ควรจดจำ
- การตัดสินใจหนึ่งครั้งมีสามจังหวะ คือดูภาพรวม ตรวจตัวเลข แล้วกดยืนยัน บนมือถือทั้งสามจังหวะอยู่คนละหน้า ความจำระหว่างทางคือส่วนที่หายไป ไม่ใช่ตัวกราฟ
- หนึ่งจุดบน USD/THB คิดเป็น ฿10 ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ดังนั้น 0.20 ล็อตคือ ฿2 ต่อจุด และ 15 จุดคือ ฿30 ตัวเลขนี้คงที่เสมอ ไม่ว่าคุณจะดูกราฟบนจอขนาดไหน
- ราคาที่แสดงผ่านการปัดเศษและสเปรดมักไม่ถูกแสดงเป็นคู่ตัวเลขบนมือถือ โบรกเกอร์แต่ละรายปัดเศษและคิดสเปรดไม่เท่ากัน จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวข้ามรายไม่ได้
- ก่อนกดยืนยัน ให้จดราคาที่ต้องการไว้ในโน้ตแทนการอ่านจากความจำ และตรวจตัวเลขเงินเป็นบาททุกครั้ง เพราะปุ่มยืนยันบนมือถืออยู่ใกล้มือและกดพลาดได้ง่าย