การคำนวณขนาดสถานะ
ยกตัวอย่างจริง ถ้าคุณยอมเสีย ฿700 ต่อการเทรด วางสต็อป 25 พิป และหนึ่งพิปบนหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่ากับ ฿10 ขนาดสถานะที่ได้คือ 2.8 ล็อตมาตรฐาน
ตัวเลขนี้ทำให้ความเสี่ยงเป็นจำนวนเงินที่รู้ล่วงหน้า ไม่ใช่ความรู้สึกตอนราคาแกว่ง
ทำไมลำดับการหารจึงสำคัญกว่าตัวเลขที่ได้
การคำนวณขนาดสถานะให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องก็ต่อเมื่อทำตามลำดับที่กำหนดไว้เท่านั้น ลำดับคือ เริ่มจากจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดหนึ่งครั้ง หารด้วยระยะสต็อปเป็นพิป แล้วหารด้วยมูลค่าของหนึ่งพิปบน USD/THB ถ้าสลับลำดับหรือข้ามขั้นตอนใด ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปทันที เพราะการหารไม่ใช่การบวกที่สลับที่กันได้
การหารด้วยระยะสต็อปเป็นพิปทำหน้าที่แปลงความเสี่ยงเป็นเงินให้กลายเป็นความเสี่ยงต่อพิป ตัวอย่างเช่น ถ้ายอมเสีย ฿700 ต่อการเทรด และวางสต็อป 25 พิป ตัวเลข ฿700 หาร 25 ได้ ฿28 ต่อพิป ตัวเลขนี้บอกว่าทุกหนึ่งพิปที่ราคาเคลื่อนสวนทาง คุณยอมให้มันกินเงินได้ไม่เกิน ฿28
การหารด้วยมูลค่าพิปทำหน้าที่แปลงความเสี่ยงต่อพิปให้กลายเป็นจำนวนล็อตมาตรฐาน ฿28 หาร ฿10 ต่อล็อต ได้ 2.8 ล็อตมาตรฐาน ตัวเลข 2.8 นี้ไม่ใช่เป้าหมายหรือคำแนะนำ แต่เป็นผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ที่มาจากสองตัวเลขก่อนหน้าเท่านั้น ถ้าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเปลี่ยน ขนาดสถานะก็เปลี่ยนตามทันที
มูลค่าพิปบน USD/THB มาจากไหนและทำไมจึงไม่คงที่
มูลค่าของหนึ่งพิปบน USD/THB ไม่ใช่ค่าคงที่ที่แท้จริง มันขึ้นอยู่กับขนาดสัญญาที่โบรกเกอร์กำหนด และอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในขณะนั้น ตัวอย่าง ฿10 ต่อพิปบนหนึ่งล็อตมาตรฐานเป็นค่าที่ใช้ในบทเรียนนี้เพื่อให้คำนวณได้ง่าย แต่โบรกเกอร์แต่ละรายอาจกำหนดขนาดสัญญาไม่เท่ากัน
เมื่อขนาดสัญญาต่างกัน มูลค่าพิปต่อหนึ่งล็อตก็ต่างกันด้วย ถ้าหนึ่งล็อตมาตรฐานบน USD/THB มีมูลค่าพิปเป็น ฿10 การเทรด 2.8 ล็อตมาตรฐานจะมีความเสี่ยงต่อพิปเท่ากับ 2.8 คูณ ฿10 ได้ ฿28 ตรงกับตัวเลขที่คำนวณไว้ในขั้นแรกพอดี
เพราะมูลค่าพิปไม่คงที่ การตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้จึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ ตัวเลข ฿10 ที่ใช้ในบทเรียนนี้เป็นเพียงค่าตั้งต้นสำหรับฝึกคำนวณ ไม่ใช่ค่าที่รับประกันว่าทุกบัญชีจะได้เท่ากัน ควรยืนยันขนาดสัญญาและมูลค่าพิปจริงก่อนใช้ตัวเลขใดในการตัดสินใจ
เมื่อขนาดสถานะที่คำนวณได้ไม่ตรงกับที่คาดหวัง
บ่อยครั้งที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นทศนิยม เช่น 2.8 ล็อตมาตรฐาน ซึ่งเทรดไม่ได้เต็มจำนวนเพราะโบรกเกอร์มักปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่งหรือกำหนดขนาดขั้นต่ำไว้ การปัดลงทำให้ความเสี่ยงเป็นเงินลดลงเล็กน้อย การปัดขึ้นทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากที่คำนวณไว้
อีกกรณีคือผลลัพธ์ออกมาเล็กกว่าที่คาดไว้มาก เช่น ได้ 0.3 ล็อตมาตรฐาน ทั้งที่อยากเทรด 3 ล็อต ในกรณีนี้ทางเลือกมีสองทางเท่านั้น คือ ลดจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดลง หรือ ยอมรับขนาดสถานะเล็กนั้น การเพิ่มความเสี่ยงเพื่อให้ได้จำนวนล็อตที่ต้องการคือการกลับลำดับการคำนวณ ซึ่งทำให้ความเสี่ยงเป็นเงินไม่คงที่
ค่าที่ไม่ปรากฏในสูตรแต่มีผลจริง ได้แก่ สเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าสวอป ค่าเหล่านี้หักจากผลลัพธ์ของบัญชีและแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกที่ ตัวเลข ฿700, 25 พิป และ ฿10 ต่อล็อตในบทเรียนนี้ใช้สาธิตวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ใด
ทำไมการปัดขนาดสถานะจึงเปลี่ยนความเสี่ยงเป็นเงิน
เมื่อคำนวณได้ 2.83 ล็อตมาตรฐาน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้ส่งคำสั่งเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง ถ้าปัดขึ้นเป็น 2.90 ล็อต ความเสี่ยงเป็นเงินจะไม่เท่าเดิมอีก ตรวจได้จาก 2.90 คูณ ฿10 คูณ 25 พิป ได้ ฿725 ซึ่งมากกว่าที่ตั้งไว้ ฿25
ถ้าปัดลงเป็น 2.80 ล็อต ตรวจได้จาก 2.80 คูณ ฿10 คูณ 25 พิป ได้ ฿700 ซึ่งไม่เกินจำนวนที่ยอมเสีย การปัดลงจึงทำให้ความเสี่ยงคงอยู่ภายในกรอบที่กำหนดไว้ ส่วนการปัดขึ้นทำให้กรอบนั้นขยับขึ้นโดยที่คุณไม่ได้เลือก
ขนาดขั้นต่ำที่ส่งได้ก็มีผลต่อตัวเลขนี้ ถ้าโบรกเกอร์กำหนดขั้นต่ำ 0.10 ล็อต ขนาดที่คำนวณได้ 0.04 ล็อตจะส่งไม่ได้ตามตัวเลขนั้น ต้องเลือกว่าจะไม่เทรด หรือยอมให้ความเสี่ยงเป็นเงินสูงกว่าที่ตั้งไว้ ตัวเลขขั้นต่ำนี้แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ โปรดตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้
วิธีที่ตรวจง่ายคือคูณกลับทุกครั้งหลังปัด ขนาดสถานะ คูณ มูลค่าพิปต่อล็อต คูณ ระยะสต็อปเป็นพิป ต้องได้ไม่เกินจำนวนเงินที่ยอมเสีย ถ้าผลออกมาเกิน ให้ลดขนาดลงอีกหนึ่งขั้นจนกว่าจะอยู่ภายในกรอบ
ตัวอย่างคำนวณจาก ฿700 กับสต็อป 25 พิป
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ความเสี่ยงเป็นเงิน | ฿700 | จำนวนเงินที่คุณกำหนดไว้ก่อนเปิดออเดอร์ ว่าเต็มใจเสียได้ถ้าสต็อปถูกชน |
| ระยะสต็อป | 25 พิป | ระยะจากราคาเข้าถึงราคาสต็อป คิดเป็นพิปบน USD/THB |
| มูลค่าพิปต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน | ฿10 | หนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB คือ 100,000 หน่วย คูณ 0.0001 ได้ ฿10 |
| ขนาดสถานะ | 2.8 ล็อตมาตรฐาน | คำนวณจาก ฿700 หาร 25 พิป ได้ ฿28 ต่อพิป แล้วหาร ฿10 ต่อล็อต ได้ 2.8 ล็อต |
| ตรวจย้อนกลับ | ฿700 | 2.8 ล็อต คูณ ฿10 ต่อพิป คูณ 25 พิป ได้ ฿700 ตรงกับความเสี่ยงที่ตั้งไว้ |
โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดขนาดสถานะเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง คิดสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าสวอปเพิ่มจากตัวเลขนี้ และราคาที่ได้จริงอาจต่างจากราคาที่คำนวณไว้ โปรดตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนตัดสินใจ
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
สี่ขั้นตอนต่อไปนี้คือลำดับเดียวกับที่อธิบายไว้ข้างต้น ทำครั้งเดียวจากบนลงล่าง โดยใช้ตัวเลขของคุณเองแทนตัวเลขตัวอย่าง
- 01
กำหนดจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรด
เขียนจำนวนเงินเป็นบาทที่คุณยอมให้หายไปได้ในการเทรดหนึ่งครั้ง โดยไม่กระทบเงินที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ตัวเลขนี้ต้องตัดสินใจไว้ก่อนเห็นกราฟ ไม่ใช่หลังเห็นกราฟ ตัวอย่างในบทเรียนใช้ ฿700 แต่ตัวเลขของคุณขึ้นอยู่กับขนาดบัญชีและความ toler ของคุณเอง
- 02
กำหนดระยะสต็อปเป็นพิปจากโครงสร้างราคา
ดูว่าโครงสร้างราคาบนกราฟกำหนดจุดที่การคาดการณ์ของคุณผิดไว้ตรงไหน แล้ววัดระยะจากราคาเข้าถึงจุดนั้นเป็นพิป ตัวอย่างใช้ 25 พิป ระยะนี้มาจากกราฟ ไม่ได้มาจากจำนวนล็อตที่คุณอยากเทรด
- 03
หารความเสี่ยงด้วยระยะสต็อป
นำจำนวนเงินจากขั้นแรกหารด้วยระยะพิปจากขั้นที่สอง ผลลัพธ์คือความเสี่ยงต่อพิปเป็นบาท ตัวอย่าง ฿700 หาร 25 พิป ได้ ฿28 ต่อพิป ตัวเลขนี้เป็นตัวกลางที่ยังไม่ใช่ขนาดสถานะ
- 04
หามูลค่าหนึ่งพิปต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน
ตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ว่าหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB มีมูลค่าพิปเท่าไร ตัวอย่างในบทเรียนใช้ ฿10 ต่อล็อต แต่ค่านี้ varies ระหว่างโบรกเกอร์ จึงต้องยืนยันก่อนใช้
- 05
หารความเสี่ยงต่อพิปด้วยมูลค่าพิป
นำ ฿28 ต่อพิปหารด้วย ฿10 ต่อล็อต ได้ 2.8 ล็อตมาตรฐาน ปัดตามที่โบรกเกอร์กำหนด แล้วตรวจย้อนกลับด้วยการคูณ 2.8 คูณ ฿10 คูณ 25 พิป ต้องได้ใกล้เคียง ฿700
- 06
ตรวจย้อนกลับและปรับก่อนส่งคำสั่ง
คูณขนาดสถานะที่ได้กับมูลค่าพิปกับระยะสต็อปอีกครั้ง ถ้าผลลัพธ์เกินจำนวนเงินที่ยอมเสีย ให้ลดขนาดสถานะลง ถ้าต่ำกว่ามาก ให้เลือกยอมรับขนาดนั้นหรือลดความเสี่ยงเป็นเงิน ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยง
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเริ่มจากจำนวนล็อตที่อยากเทรด แล้วค่อยไปหาสต็อปเอาทีหลัง ทำให้ความเสี่ยงเป็นเงินไม่คงที่ และบางครั้งสูงกว่าที่คิดไว้หลายเท่า วิธีที่ควรทำคือเริ่มจากจำนวนเงินที่ยอมเสียก่อนเสมอ จากนั้นกำหนดระยะสต็อปตามโครงสร้างราคา แล้วจึงหารเพื่อได้ขนาดสถานะเป็นขั้นสุดท้าย ถ้าขนาดสถานะที่ได้ดูเล็กเกินไป ให้ลดความเสี่ยงเป็นเงินหรือยอมรับขนาดนั้น ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยงเพื่อให้ได้ล็อตที่ต้องการตรวจสอบตัวเอง
ถ้าคุณยอมเสีย ฿500 ต่อการเทรด วางสต็อป 20 พิป และหนึ่งพิปบนหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่ากับ ฿10 ขนาดสถานะคือเท่าไร
ขั้นแรก ฿500 หาร 20 พิป ได้ ฿25 ต่อพิป ขั้นที่สอง ฿25 หาร ฿10 ต่อล็อต ได้ 2.5 ล็อตมาตรฐาน ตรวจย้อนกลับ 2.5 คูณ ฿10 คูณ 20 พิป ได้ ฿500
ถ้าคุณยอมเสีย ฿300 ต่อการเทรด วางสต็อป 15 พิป และหนึ่งพิปบนหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่ากับ ฿10 ขนาดสถานะคือเท่าไร
฿300 หาร 15 พิป ได้ ฿20 ต่อพิป จากนั้น ฿20 หาร ฿10 ต่อล็อต ได้ 2 ล็อตมาตรฐาน ตรวจย้อนกลับ 2 คูณ ฿10 คูณ 15 พิป ได้ ฿300
คำถามที่มักตามมา
ทำไมต้องเริ่มจากจำนวนเงินที่ยอมเสียก่อน ไม่ใช่จากจำนวนล็อต
เพราะจำนวนเงินที่ยอมเสียคือตัวเลขเดียวที่กำหนดความเสี่ยงได้ล่วงหน้า ถ้าเริ่มจากจำนวนล็อต คุณจะรู้ความเสี่ยงเป็นเงินก็ต่อเมื่อคำนวณย้อนกลับ ซึ่งมักสายเกินไปเมื่อราคาแกว่งแล้ว การเริ่มจากเงินทำให้ความเสี่ยงคงที่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเทรดกี่ครั้งหรือราคาแกว่งแรงแค่ไหน ลำดับที่ถูกคือ เงินที่ยอมเสีย หารด้วยระยะสต็อปเป็นพิป แล้วหารด้วยมูลค่าพิป
ถ้าคำนวณได้ 2.8 ล็อตมาตรฐาน แต่โบรกเกอร์เทรดได้แค่ทศนิยมสองตำแหน่ง ควรทำอย่างไร
ให้ดูว่าการปัดนั้นทำให้ความเสี่ยงเป็นเงินเพิ่มขึ้นหรือลดลง การปัดลงทำให้เสี่ยงน้อยกว่าที่คำนวณไว้เล็กน้อย การปัดขึ้นทำให้เสี่ยงมากกว่าที่ตั้งใจ ถ้าไม่ต้องการให้ความเสี่ยงเกินจำนวนที่กำหนด ให้เลือกปัดลงหรือลดจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดลงหนึ่งขั้น วิธีนี้ทำให้ความเสี่ยงยังอยู่ในกรอบที่รู้ล่วงหน้า
มูลค่าพิปบน USD/THB เท่ากับ ฿10 เสมอหรือไม่
ไม่เสมอ มูลค่าพิปขึ้นอยู่กับขนาดสัญญาที่โบรกเกอร์กำหนดและอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในขณะนั้น ตัวเลข ฿10 ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐานเป็นค่าที่ใช้ในบทเรียนนี้เพื่อให้คำนวณได้ง่ายเท่านั้น โบรกเกอร์แต่ละรายอาจกำหนดขนาดสัญญาไม่เท่ากัน จึงควรยืนยันมูลค่าพิปจริงกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนนำตัวเลขใดไปใช้
สเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าสวอป เกี่ยวกับขนาดสถานะอย่างไร
ค่าเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสูตรคำนวณขนาดสถานะ แต่หักจากผลลัพธ์ของบัญชีจริง สเปรดทำให้ราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่คำนวณไว้ ค่าคอมมิชชันและค่าสวอปเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการถือสถานะข้ามเวลา ขนาดสถานะที่คำนวณได้จึงเป็นเพียงจุดตั้งต้น ไม่ใช่ความเสี่ยงสุทธิทั้งหมด ควรตรวจสอบค่าเหล่านี้กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้
ถ้าขนาดสถานะที่คำนวณได้เล็กกว่าที่คาดไว้มาก ควรเพิ่มความเสี่ยงหรือไม่
ไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงเพื่อให้ได้จำนวนล็อตที่ต้องการ เพราะนั่นเท่ากับกลับลำดับการคำนวณ ทางเลือกมีสองทางคือลดจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดลง หรือยอมรับขนาดสถานะเล็กนั้น การยอมรับขนาดเล็กทำให้ความเสี่ยงคงที่และบัญชีอยู่รอดได้นานกว่า การฝืนเพิ่มความเสี่ยงทำให้ตัวเลขที่ตั้งใจไว้ไม่มีความหมาย
ตัวเลข ฿28 ต่อพิป บอกอะไรได้บ้าง
ตัวเลขนี้บอกว่าทุกหนึ่งพิปที่ราคาเคลื่อนสวนทาง คุณยอมให้มันกินเงินได้ไม่เกิน ฿28 เมื่อคูณกับระยะสต็อป 25 พิป จะได้ ฿700 ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ตัวเลขต่อพิปมีประโยชน์เพราะใช้เทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสเปรดได้ง่าย ถ้าค่าใช้จ่ายต่อพิปใกล้เคียงกับ ฿28 มาก แปลว่าสต็อปสั้นเกินไปสำหรับค่าใช้จ่ายนั้น
คำที่ใช้ในหน้านี้
- ล็อตมาตรฐาน
- หน่วยนับขนาดสถานะที่โบรกเกอร์ใช้บน USD/THB หนึ่งล็อตมาตรฐานมีขนาดสัญญาตามที่โบรกเกอร์กำหนด และมีมูลค่าพิปไม่เท่ากันในแต่ละราย
- มูลค่าพิป
- จำนวนเงินที่หนึ่งพิปของการเคลื่อนไหวราคาเปลี่ยนไป เมื่อคิดบนขนาดสถานะหนึ่งหน่วย ค่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดสัญญาและอัตราแลกเปลี่ยน จึงไม่คงที่
- ระยะสต็อป
- ระยะห่างเป็นพิประหว่างราคาที่เข้าออเดอร์กับราคาที่ตั้งสต็อป เป็นตัวเลขที่กำหนดตามโครงสร้างราคา ไม่ใช่ตามจำนวนล็อตที่ต้องการ
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่โบรกเกอร์เสนอ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดทันทีเมื่อเข้าออเดอร์ และทำให้ราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่คำนวณไว้
- ค่าสวอป
- ค่าใช้จ่ายหรือรายรับที่เกิดจากการถือสถานะข้ามเวลาตามที่โบรกเกอร์กำหนด จำนวนและทิศทางแตกต่างกันในแต่ละราย
- การปัดขนาดสถานะ
- การปรับจำนวนล็อตให้เป็นทศนิยมตามที่โบรกเกอร์ยอมรับ การปัดลงทำให้เสี่ยงน้อยลง การปัดขึ้นทำให้เสี่ยงมากขึ้นกว่าที่คำนวณไว้
สิ่งที่ควรจดจำ
- เริ่มจากจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อการเทรดหนึ่งครั้งเสมอ แล้วจึงหารด้วยระยะสต็อปเป็นพิป และหารด้วยมูลค่าพิปตามลำดับ
- ตัวเลขที่ได้เป็นผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เป้าหมายหรือคำแนะนำ และเปลี่ยนทันทีเมื่อตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเปลี่ยน
- มูลค่าพิปไม่คงที่ ควรยืนยันขนาดสัญญาและมูลค่าพิปจริงกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนตัดสินใจ
- ถ้าขนาดสถานะเล็กกว่าที่คาด ให้ลดความเสี่ยงเป็นเงินหรือยอมรับขนาดนั้น ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยงเพื่อให้ได้จำนวนล็อตที่ต้องการ